อิทธิบาท ๔ ติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา ติกมาติกาวิสัชนา ทุกมาติกาวิสัชนา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๕ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๒ วิภังคปกรณ์ ปัญหาปุจฉกะ
๕๓๖อิทธิบาท ๔ คือ ๑. ภิกษุในศาสนานี้ เจริญอิทธิบาทอันประกอบด้วยฉันทสมาธิปธาน-*สังขาร ๒. เจริญอิทธิบาทอันประกอบด้วยวิริยสมาธิปธานสังขาร ๓. เจริญอิทธิบาทอันประกอบด้วยจิตตสมาธิปธานสังขาร ๔. เจริญอิทธิบาทอันประกอบด้วยวีมังสาสมาธิปธานสังขารติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา บรรดาอิทธิบาท ๔ อิทธิบาทไหนเป็นกุศล อิทธิบาทไหนเป็นอกุศลอิทธิบาทไหนเป็นอัพยากฤต ฯลฯ อิทธิบาทไหนเป็นสรณะ อิทธิบาทไหนเป็นอรณะ ติกมาติกาวิสัชนา
๕๓๗อิทธิบาท ๔ เป็นกุศลอย่างเดียว อิทธิบาท ๔ เป็นสุขเวทนา-*สัมปยุตก็มี เป็นอทุกขมสุขเวทนาสัมปยุตก็มี อิทธิบาท ๔ เป็นวิปากธัมมธรรมอิทธิบาท ๔ เป็นอนุปาทินนานุปาทานิยะ อิทธิบาท ๔ เป็นอสังกิลิฏฐาสังกิเลสิกะอิทธิบาท ๔ เป็นสวิตักกสวิจาระก็มี เป็นอวิตักกวิจารมัตตะก็มี เป็นอวิตักกา-*วิจาระก็มี อิทธิบาท ๔ เป็นปีติสหคตะก็มี เป็นสุขสหคตะก็มี เป็นอุเปกขา-*สหคตะก็มี อิทธิบาท ๔ เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพะ อิทธิบาท ๔ เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพเหตุกะ อิทธิบาท ๔ เป็นอปจยคามี อิทธิบาท ๔เป็นเสกขะ อิทธิบาท ๔ เป็นอัปปมาณะ อิทธิบาท ๔ เป็นอัปปมาณารัมมณะอิทธิบาท ๔ เป็นปณีตะ อิทธิบาท ๔ เป็นสัมมัตตนิยตะ อิทธิบาท ๔ ไม่เป็นมัคคารัมมณะ เป็นมัคคเหตุกะ ไม่เป็นมัคคาธิปติ อิทธิบาท ๔ เป็นอุปปันนะก็มีเป็นอนุปปันนะก็มี กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอุปปาที อิทธิบาท ๔ เป็นอดีตก็มี เป็นอนาคตก็มี เป็นปัจจุบันก็มี อิทธิบาท ๔ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอตีตารัมมณะแม้เป็นอนาคตารัมมณะ แม้เป็นปัจจุปปันนารัมมณะ อิทธิบาท ๔ เป็นอัชฌัตตะก็มี เป็นพหิทธาก็มี เป็นอัชฌัตตพหิทธาก็มี อิทธิบาท ๔ เป็นพหิทธารัมมณะอิทธิบาท ๔ เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆะ ทุกมาติกาวิสัชนา ๑. เหตุโคจฉกวิสัชนา
๕๓๘วีมังสิทธิบาท เป็นเหตุ อิทธิบาท ๓ เป็นนเหตุ อิทธิบาท ๔เป็นสเหตุกะ อิทธิบาท ๔ เป็นเหตุสัมปยุต วีมังสิทธิบาท เป็นเหตุสเหตุกะอิทธิบาท ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุสเหตุกะ เป็นแต่สเหตุกนเหตุ วีมังสิทธิ-*บาท เป็นเหตุเหตุสัมปยุต อิทธิบาท ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุเหตุสัมปยุตเป็นแต่เหตุสัมปยุตตนเหตุ อิทธิบาท ๓ เป็นนเหตุสเหตุกะ วีมังสิทธิบาท กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นนเหตุสเหตุกะ แม้เป็นนเหตุอเหตุกะ ๒,๓,๔,๕,๖,๗,๘,๙. จูฬันตรทุกาทิวิสัชนา
๕๓๙อิทธิบาท ๔ เป็นสัปปัจจยะ อิทธิบาท ๔ เป็นสังขตะ อิทธิบาท ๔ เป็นอนิทัสสนะ อิทธิบาท ๔ เป็นอัปปฏิฆะ อิทธิบาท ๔ เป็นอรูปอิทธิบาท ๔ เป็นโลกุตตระ อิทธิบาท ๔ เป็นเกนจิวิญเญยยะ เป็นเกนจินวิญ-*เญยยะ อิทธิบาท ๔ เป็นโนอาสวะ อิทธิบาท ๔ เป็นอนาสวะ อิทธิบาท ๔เป็นอาสววิปปยุต อิทธิบาท ๔ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอาสวสาสวะ แม้เป็นสาสวโนอาสวะ อิทธิบาท ๔ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอาสวอาสวสัมปยุต แม้เป็นอาสวสัมปยุตตโนอาสวะ อิทธิบาท ๔ เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวะ อิทธิบาท ๔เป็นโนสัญโญชนะ ฯลฯ อิทธิบาท ๔ เป็นโนคันถะ ฯลฯ อิทธิบาท ๕ เป็นโนโอฆะ ฯลฯ อิทธิบาท ๔ เป็นโนโยคะ ฯลฯ อิทธิบาท ๔ เป็นโนนีวรณะ ฯลฯ อิทธิบาท ๔ เป็นโนปรามาสะ ฯลฯ ๑๐. มหันตรทุกวิสัชนา
๕๔๐อิทธิบาท ๔ เป็นสารัมมณะ อิทธิบาท ๓ เป็นโนจิตตะ จิตติทธิบาท เป็นจิตตะ อิทธิบาท ๓ เป็นเจตสิกะ จิตติทธิบาท เป็นอเจตสิกะอิทธิบาท ๓ เป็นจิตตสัมปยุต จิตติทธิบาท กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นจิตตสัมปยุตแม้เป็นจิตตวิปปยุต อิทธิบาท ๓ เป็นจิตตสังสัฏฐะ จิตติทธิบาท กล่าวไม่ได้ว่าแม้เป็นจิตตสังสัฏฐะ แม้เป็นจิตตวิสังสัฏฐะ อิทธิบาท ๓ เป็นจิตตสมุฏฐานะจิตติทธิบาท เป็นโนจิตตสมุฏฐานะ อิทธิบาท ๓ เป็นจิตตสหภู จิตติทธิบาทเป็นโนจิตตสหภู อิทธิบาท ๓ เป็นจิตตานุปริวัตติ จิตติทธิบาท เป็นโนจิตตานุ-*ปริวัตติ อิทธิบาท ๓ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานะ จิตติทธิบาท เป็นโนจิตตสัง-*สัฏฐสมุฏฐานะ อิทธิบาท ๓ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภู จิตติทธิบาท เป็นโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภู อิทธิบาท ๓ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติจิตติทธิบาท เป็นโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติ อิทธิบาท ๓ เป็นพาหิระจิตติทธิบาท เป็นอัชฌัตติกะ อิทธิบาท ๔ เป็นนอุปาทา อิทธิบาท ๔ เป็นอนุ-*ปาทินนะ ๑๑,๑๒,๑๓. อุปาทานโคจฉกาทิวิสัชนา
๕๔๑อิทธิบาท ๔ เป็นนอุปาทานะ ฯลฯ อิทธิบาท ๔ เป็น โนกิเลสะ ฯลฯ อิทธิบาท ๔ เป็นนทัสสนปหาตัพพะ อิทธิบาท ๔ เป็นนภาวนา-*ปหาตัพพะ อิทธิบาท ๔ เป็นนทัสสนปหาตัพพเหตุกะ อิทธิบาท ๔ เป็นนภาวนา-*ปหาตัพพเหตุกะ อิทธิบาท ๔ เป็นสวิตักกะก็มี เป็นอวิตักกะก็มี อิทธิบาท ๔เป็นสวิจาระก็มี เป็นอวิจาระก็มี อิทธิบาท ๔ เป็นสัปปีติกะก็มี เป็นอัปปีติกะก็มีอิทธิบาท ๔ เป็นปีติสหคตะก็มี เป็นนปีติสหคตะก็มี อิทธิบาท ๔ เป็นสุข-*สหคตะก็มี เป็นนสุขสหคตะก็มี อิทธิบาท ๔ เป็นอุเปกขาสหคตะก็มี เป็นนอุเปกขาสหคตะก็มี อิทธิบาท ๔ เป็นนกามาวจร อิทธิบาท ๔ เป็นนรูปาวจรอิทธิบาท ๔ เป็นนอรูปาวจร อิทธิบาท ๔ เป็นอปริยาปันนะ อิทธิบาท ๔ เป็นนิยยานิกะ อิทธิบาท ๔ เป็นนิยตะ อิทธิบาท ๔ เป็นอนุตตระ อิทธิบาท ๔เป็นอรณะ ฉะนี้แล ปัญหาปุจฉกะ จบ อิทธิปาทวิภังค์ จบบริบูรณ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๙. อิทธิปาทวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๓. ปัญหาปุจฉกะ
อิทธิบาท ๔ ได้แก่ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ๑. เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยฉันทสมาธิและปธานสังขาร ๒. เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยวิริยสมาธิและปธานสังขาร ๓. เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยจิตตสมาธิและปธานสังขาร ๔. เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยวิมังสาสมาธิและปธานสังขารติกมาติกาปุจฉา ทุกมาติกาปุจฉา
บรรดาอิทธิบาท ๔ อิทธิบาทเท่าไรเป็นกุศล เท่าไรเป็นอกุศล เท่าไรเป็นอัพยากฤต ฯลฯ เท่าไรเป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ เท่าไรไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้๑. ติกมาติกาวิสัชนา ๑-๒๒. กุสลติกาทิวิสัชนา
อิทธิบาท ๔ เป็นกุศลอย่างเดียว อิทธิบาท ๔ ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนาก็มี ที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาก็มี อิทธิบาท ๔ เป็นเหตุให้เกิดวิบาก อิทธิบาท ๔ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็น อารมณ์ของอุปาทาน อิทธิบาท ๔ กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส อิทธิบาท ๔ ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี อิทธิบาท ๔ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี อิทธิบาท ๔ ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๕๔}
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๙. อิทธิปาทวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา อิทธิบาท ๔ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อิทธิบาท ๔ เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน อิทธิบาท ๔ เป็นของเสขบุคคล อิทธิบาท ๔ เป็นอัปปมาณะ อิทธิบาท ๔ มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ อิทธิบาท ๔ เป็นชั้นประณีต อิทธิบาท ๔ มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอน อิทธิบาท ๔ ไม่ใช่มีมรรคเป็นอารมณ์ อิทธิบาท ๔ มีมรรคเป็นเหตุ อิทธิบาท ๔ ไม่ใช่มีมรรคเป็นอธิบดี อิทธิบาท ๔ ที่เกิดขึ้นก็มี ซึ่งยังไม่เกิดขึ้นก็มี แต่กล่าวไม่ได้ว่า จักเกิดขึ้นแน่นอน อิทธิบาท ๔ ที่เป็นอดีตก็มี ที่เป็นอนาคตก็มี ที่เป็นปัจจุบันก็มี อิทธิบาท ๔ กล่าวไม่ได้ว่า มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ มีอนาคตธรรมเป็น อารมณ์ หรือมีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ก็มี อิทธิบาท ๔ ที่เป็นภายในตนก็มี ที่เป็นภายนอกตนก็มี ที่เป็นภายในตน และภายนอกตนก็มี อิทธิบาท ๔ มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ อิทธิบาท ๔ เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา ๑. เหตุโคจฉกวิสัชนา
วิมังสิทธิบาทเป็นเหตุ อิทธิบาท ๓ ไม่เป็นเหตุ อิทธิบาท ๔ มีเหตุ อิทธิบาท ๔ สัมปยุตด้วยเหตุ วิมังสิทธิบาทเป็นเหตุและมีเหตุ อิทธิบาท ๓กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและมีเหตุ หรือมีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๕๕}
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๙. อิทธิปาทวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา วิมังสิทธิบาทเป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ อิทธิบาท ๓ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุ หรือสัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ อิทธิบาท ๓ ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ วิมังสิทธิบาทกล่าวไม่ได้ว่า ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ หรือไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุ ๒-๙. จูฬันตรทุกาทิวิสัชนา อิทธิบาท ๔ มีปัจจัยปรุงแต่ง อิทธิบาท ๔ ถูกปัจจัยปรุงแต่ง อิทธิบาท ๔ เห็นไม่ได้ อิทธิบาท ๔ กระทบไม่ได้ อิทธิบาท ๔ ไม่เป็นรูป อิทธิบาท ๔ เป็นโลกุตตระ อิทธิบาท ๔ จิตบางดวงรู้ได้ อิทธิบาท ๔ จิตบางดวงรู้ไม่ได้ อิทธิบาท ๔ ไม่เป็นอาสวะ อิทธิบาท ๔ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ อิทธิบาท ๔ วิปปยุตจากอาสวะ อิทธิบาท ๔ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือเป็นอารมณ์ของอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ อิทธิบาท ๔ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะ หรือสัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ อิทธิบาท ๔ วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ อิทธิบาท ๔ ไม่เป็นสังโยชน์ ฯลฯ ไม่เป็นคันถะ ฯลฯ ไม่เป็นโอฆะ ฯลฯ ไม่เป็นโยคะ ฯลฯ ไม่เป็นนิวรณ์ ฯลฯ ไม่เป็นปรามาส ฯลฯ ๑๐. มหันตรทุกวิสัชนา อิทธิบาท ๔ รับรู้อารมณ์ได้ อิทธิบาท ๓ ไม่เป็นจิต จิตติทธิบาทเป็นจิต อิทธิบาท ๓ เป็นเจตสิก จิตติทธิบาทไม่เป็นเจตสิก อิทธิบาท ๓ สัมปยุตด้วยจิต จิตติทธิบาทกล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยจิต หรือวิปปยุตจากจิต อิทธิบาท ๓ ระคนกับจิต จิตติทธิบาทกล่าวไม่ได้ว่า ระคนกับจิต หรือไม่ระคนกับจิต อิทธิบาท ๓ มีจิตเป็นสมุฏฐาน จิตติทธิบาทไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน อิทธิบาท ๓ เกิดพร้อมกับจิต จิตติทธิบาทไม่เกิดพร้อมกับจิต อิทธิบาท ๓เป็นไปตามจิต จิตติทธิบาทไม่เป็นไปตามจิต
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๕๖}
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ [๙. อิทธิปาทวิภังค์] ๓. ปัญหาปุจฉกะ ๒. ทุกมาติกาวิสัชนา อิทธิบาท ๓ ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน จิตติทธิบาทไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน อิทธิบาท ๓ ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิต จิตติทธิบาทไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิต อิทธิบาท ๓ ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิต จิตติทธิบาทไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิต อิทธิบาท ๓ เป็นภายนอก จิตติทธิบาทเป็นภายใน อิทธิบาท ๔ ไม่เป็น อุปาทายรูป อิทธิบาท ๔ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ ๑๑-๑๓. อุปาทานโคจฉกาทิวิสัชนา อิทธิบาท ๔ ไม่เป็นอุปาทาน ฯลฯ ไม่เป็นกิเลส ฯลฯ อิทธิบาท ๔ ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อิทธิบาท ๔ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อิทธิบาท ๔ ที่มีวิตกก็มี ที่ไม่มีวิตกก็มี อิทธิบาท ๔ ที่มีวิจารก็มี ที่ไม่มี วิจารก็มี อิทธิบาท ๔ ที่มีปีติก็มี ที่ไม่มีปีติก็มี อิทธิบาท ๔ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยปีติก็มี อิทธิบาท ๔ ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยสุขก็มี อิทธิบาท ๔ ที่ สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี อิทธิบาท ๔ ไม่เป็นกามาวจร อิทธิบาท ๔ ไม่เป็นรูปาวจร อิทธิบาท ๔ ไม่เป็นอรูปาวจร อิทธิบาท ๔ ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ อิทธิบาท ๔ เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ อิทธิบาท ๔ ให้ผลแน่นอน อิทธิบาท ๔ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า อิทธิบาท ๔ ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ปัญหาปุจฉกะ จบ อิทธิปาทวิภังค์ จบบริบูรณ์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๕ หน้า : ๓๕๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
วรรณนาปัญหาปุจฉกะ
ในปัญหาปุจฉกะ บัณฑิตพึงทราบความที่อิทธิบาททั้งหลายเป็นกุศลเป็นต้น โดยทำนองแห่งพระบาลีนั่นแหละ. แต่ในอารัมมณติกะทั้งหลาย อิทธิบาทเหล่านี้แม้ทั้งหมดเป็นอัปปมาณารัมมณะเท่านั้น เพราะปรารภพระนิพพานอันเป็นอัปปมาณธรรมเป็นไปไม่เป็นมัคคารัมมณะ. แต่เป็นมัคคเหตุกะด้วยสามารถแห่งสหชาตเหตุ ไม่เป็นมัคคาธิปติ. เพราะว่า อธิปติ ๔ ย่อมไม่กระทำซึ่งกันและกันให้เป็นใหญ่. ถามว่า เพราะเหตุไร. ตอบว่า เพราะความที่ตนเองเป็นใหญ่ที่สุด.
เหมือนอย่างว่า พระราชบุตร ๔ องค์ ผู้มีพระชาติเสมอกัน มีวัยเสมอกัน มีกำลังเสมอกัน มีศิลปะเสมอกัน ย่อมไม่ให้ความเป็นใหญ่แก่กัน เพราะความที่พระราชบุตรทั้ง ๔ พระองค์เป็นผู้สูงสุดฉันใด อธิปติทั้ง ๔ แม้เหล่านี้ก็ฉันนั้น ย่อมไม่กระทำซึ่งกันและกันให้เป็นใหญ่ เพราะความที่ธรรมเหล่านั้นแต่ละข้อต่างก็เป็นใหญ่ที่สุดด้วยกัน เพราะฉะนั้น อธิปติเหล่านั้นจึงไม่เป็นมัคคาธิปติ โดยส่วนเดียวเท่านั้น. ในอดีตเป็นต้นก็ไม่พึงกล่าวแม้ในความเป็นเอการัมมณะ. ก็อธิปติเหล่านั้น ชื่อว่าเป็นพหิทธารัมมณะ เพราะความที่พระนิพพานเป็นธรรมภายนอก ดังนี้แล. ในปัญหาปุจฉกะนี้ ท่านกล่าวว่า อิทธิบาททั้งหลายเป็นโลกุตตระที่เกิดขึ้นแล้วอย่างนี้ทีเดียว. จริงอยู่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสอิทธิบาททั้งหลายอันเป็นโลกิยะและโลกุตตระปนกันไว้ในสุตตันตภาชนีย์นั่นแหละแต่ในอภิธรรมภาชนีย์และในปัญหาปุจฉกะ ตรัสว่าเป็นโลกุตตระอย่างเดียว. แม้อิทธิปาทวิภังค์นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงนำออกจำแนกแสดงแล้ว ๓ ปริวัฏอย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
วรรณนาปัญหาปุจฉกะ จบ อรรถกถาอิทธิปาทวิภังค์ จบ. -----------------------------------------------------