๑๓. อสังคหิเตนสัมปยุตตวิปปยุตตปทนิทเทส
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๖ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๓ ธาตุกถา-ปุคคลบัญญัติปกรณ์ ๑๓. อสังคหิเตนสัมปยุตตวิปปยุตตปทนิทเทส
๔๔๔ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยรูปขันธ์ โดยขันธสังคหะอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้ด้วย อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ธรรมบางอย่าง
๔๔๕ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธัมมายตนะ ธรรมธาตุอิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ นามรูปเพราะวิญญาณเป็นปัจจัยอสัญญาภพ เอกโวการภพ ชาติ ชรา มรณะ โดยขันธสังคหะอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
๔๔๖ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอรูปภพ เนวสัญญานา-*สัญญาภพ จตุโวการภพ อิทธิบาท โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วย อายตนะ ๑ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
๔๔๗ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยกุศลธรรม อกุศลธรรมสุขเวทนาสัมปยุตตธรรม ทุกขเวทนาสัมปยุตตธรรม อทุกขมสุขเวทนา-*สัมปยุตตธรรม วิปากธรรม วิปากธัมมธรรม อนุปาทินนานุปาทานิยธรรมสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม อสังกิลิฏฐาสังกิเลสิกธรรม สวิตักกสวิจารธรรมอวิตักกวิจารมัตตธรรม ปีติสหคตธรรม สุขสหคตธรรม อุเปกขาสหคตธรรมทัสสนปหาตัพพธรรม ภาวนาปหาตัพพธรรม ทัสสนปหาตัพพเหตุกธรรมภาวนาปหาตัพพเหตุกธรรม อาจยคามีธรรม อปจยคามีธรรม เสกขธรรมอเสกขธรรม มหัคคตธรรม อัปปมาณธรรม ปริตตารัมมณธรรม มหัคคตา-*รัมมณธรรม อัปปมาณารัมมณธรรม หีนธรรม ปณีตธรรม มิจฉัตต-*นิยตธรรม สัมมัตตนิยตธรรม มัคคารัมมณธรรม มัคคเหตุกธรรมมัคคาธิบดีธรรม อตีตารัมมณธรรม อนาคตารัมมณธรรม ปัจจุปปันนา-*รัมมณธรรม อัชฌัตตารัมมณธรรม พหิทธารัมมณธรรม อัชฌัตตพหิท-*ธารัมมณธรรม สเหตุกธรรม เหตุสัมปยุตตธรรม สเหตุกนเหตุธรรมเหตุสัมปยุตตนเหตุธรรม นเหตุสเหตุกธรรม โดยขันธสังคหะ อายตน-*สังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร?ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
๔๔๘ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยรูปีธรรม โดยขันธสังคหะอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้นประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
๔๔๙ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอรูปีธรรม โลกุตตรธรรมอนาสวธรรม อาสวสัมปยุตตธรรม อาสวสัมปยุตตโนอาสวธรรม อาสว-*วิปปยุตตอนาสวธรรม อสัญโญชนิยธรรม อคันถนิยธรรม อโนฆนิยธรรมอโยคนิยธรรม อนีวรณิยธรรม อปรามัฏฐธรรม ปรามาสสัมปยุตตธรรมปรามาสวิปปยุตตอปรามัฏฐธรรม สารัมมณธรรม โดยขันธสังคหะอายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วย อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
๔๕๐ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอนารัมมณธรรม โนจิตต-*ธรรม จิตตวิปปยุตตธรรม จิตตวิสังสัฏฐธรรม จิตตสมุฏฐานธรรมจิตตสหภูธรรม จิตตานุปริวัตติธรรม พาหิรธรรม อุปาทาธรรม โดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ ๓ ประกอบได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุเท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่าง
๔๕๑ธรรมเหล่าใด สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอนุปาทานิยธรรม อุปาทานสัมปยุตตธรรม อุปาทานสัมปยุตตโนอุปาทานธรรม อุปาทาน-*วิปปยุตตอนุปาทานิยธรรม อสังกิเลสิกธรรม อสังกิลิฏฐธรรม กิเลส-*สัมปยุตตธรรม สังกิลิฏฐโนกิเลสธรรม กิเลสสัมปยุตตโนกิเลสธรรมกิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกธรรม ทัสสนปหาตัพพธรรม ภาวนาปหาตัพพ-*ธรรม ทัสสนปหาตัพพเหตุกธรรม ภาวนาปหาตัพพเหตุกธรรม สวิตักก-*ธรรม สวิจารธรรม สัปปีติกธรรม ปีติสหคตธรรม สุขสหคตธรรมอุเปกขาสหคตธรรม นกามาวจรธรรม รูปาวจรธรรม อรูปาวจรธรรมอปริยาปันนธรรม นิยยานิกธรรม นิยตธรรม อนุตตรธรรม สรณธรรมโดยขันธสังคหะ อายตนสังคหะ ธาตุสังคหะ ธรรมเหล่านั้น ประกอบได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ไม่มีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่ประกอบได้. ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? ประกอบไม่ได้ด้วยขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ธาตุ ๗ ประกอบไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ ธรรมบางอย่างอสังคหิเตนสัมปยุตตวิปปยุตตปทนิทเทส จบ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๓. เตรสมนัย] ๑๓. อสังคหิเตนสัมปยุตตวิปปยุตตปทนิทเทส ๑๓. เตรสมนัย ๑๓. อสังคหิเตนสัมปยุตตวิปปยุตตปทนิทเทส
สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับรูปขันธ์ สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน
สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับธัมมายตนะ ธัมมธาตุ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์นามรูปที่เกิดเพราะมีวิญญาณเป็นปัจจัย อสัญญาภพ เอกโวการภพชาติ ชรา มรณะ ฯลฯ สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน
สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับอรูปภพ เนวสัญญานาสัญญาภพ จตุโวการภพ อิทธิบาท สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๑๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๓. เตรสมนัย] ๑๓. อสังคหิเตนสัมปยุตตวิปปยุตตปทนิทเทส
สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรม ที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา สภาว- ธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา สภาวธรรมที่เป็นวิบาก สภาว- ธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหา และทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน สภาวธรรมที่กิเลส ทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้ เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจาร สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ สภาว- ธรรมที่สหรคตด้วยสุข สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขา สภาวธรรม ที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วย มรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่ เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติ สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคล สภาวธรรมที่เป็นของอเสขบุคคล สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะ สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะ สภาวธรรมที่ มีปริตตะเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ สภาวธรรม ที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ สภาวธรรมชั้นต่ำ สภาวธรรมชั้นประณีต สภาวธรรมที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอน สภาวธรรมที่มีสภาวะชอบ และให้ผลแน่นอน สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มี มรรคเป็นเหตุ สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดี สภาวธรรมที่มีอดีต- ธรรมเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์ สภาวธรรม ที่มีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีธรรม ภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีเหตุ สภาวธรรม ที่สัมปยุตด้วยเหตุ สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่ สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๑๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๓. เตรสมนัย] ๑๓. อสังคหิเตนสัมปยุตตวิปปยุตตปทนิทเทส สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมที่เป็นรูป สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน
สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป สภาวธรรมที่เป็นโลกุตตระ สภาว- ธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะ สภาวธรรมที่วิปปยุต จากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ สภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ ของสังโยชน์ สภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ สภาวธรรมที่ไม่เป็น อารมณ์ของโอฆะ สภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของโยคะ สภาวธรรมที่ ไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ สภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาส สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยปรามาส สภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาส และไม่เป็นอารมณ์ของปรามาส สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้ สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๑๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๓. เตรสมนัย] ๑๓. อสังคหิเตนสัมปยุตตวิปปยุตตปทนิทเทส วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน
สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ สภาวธรรมที่ไม่เป็นจิตสภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิต สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิต สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมที่เกิดพร้อมกับจิต สภาวธรรมที่เป็นไปตามจิต สภาวธรรมที่เป็นภายนอก สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูป สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน
สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ อายตนะและธาตุกับสภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน สภาวธรรมที่ สัมปยุตด้วยอุปาทาน สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็น อุปาทาน สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอุปาทานและไม่เป็นอารมณ์ของ อุปาทาน สภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมที่กิเลสไม่ ทำให้เศร้าหมอง สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยกิเลส สภาวธรรมที่กิเลส ทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่ เป็นกิเลส สภาวธรรมที่วิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่ต้อง ประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วย โสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่มีวิตก สภาวธรรมที่มีวิจาร สภาวธรรมที่มีปีติ สภาวธรรม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๑๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑๓. เตรสมนัย] รวมบทธรรมในเตรสมนัย ๒๒ บท ที่สหรคตด้วยปีติ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข สภาวธรรมที่สหรคต ด้วยอุเบกขา สภาวธรรมที่ไม่เป็นกามาวจร สภาวธรรมที่เป็นรูปาวจร สภาวธรรมที่เป็นอรูปาวจร สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ สภาวธรรมที่ให้ผลแน่นอน สภาวธรรมที่ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ สภาวธรรมเหล่านั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน รวมบทธรรมในเตรสมนัย ๒๒ บท รูป ๑ ธัมมายตนะ ๑ ธัมมธาตุ ๑ อิตถินทรีย์ ๑ ปุริสินทรีย์ ๑ ชีวิตินทรีย์ ๑ นามรูป ๑ ภพ ๒ (อสัญญีภพและเอกโวการภพ) ชาติ ๑ ชรา ๑ มรณะ ๑ บทที่เป็นรูป ๑ อนารัมมณบท ๑ โนจิตตบท ๑ จิตตวิปปยุตตบท ๑ จิตตวิสังสัฏฐบท ๑ จิตตสมุฏฐานบท ๑ จิตตสหภูบท ๑ จิตตานุปริวัตติบท ๑ พาหิรบท ๑ อุปาทาบท ๑ นัย ๒๒ บทนี้เป็นวิสัยแห่งปุจฉาและวิสัชนา อสังคหิเตนสัมปยุตตวิปปยุตตปทนิทเทสที่ ๑๓ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๑๑๖}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอสังคหิเตนสัมปยุตตวิปปยุตตปทนิทเทส
บัดนี้ เพื่อจำแนก อสังคหิเตน สัมปยุตตะ วิปปยุตตบท พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงเริ่มคำว่า "รูปกฺขนฺเธน" เป็นอาทิ. ในนิทเทสนั้น ธรรมเหล่าใดมีปัญหาเช่นกับด้วยรูปขันธ์ ในนิทเทสแห่งอสังหิเตน อสังคหิตบทที่ ๕ และธรรมเหล่าใดเช่นกับด้วยอรูปภพ ธรรมเหล่านั้นนั่นแหละ พระองค์ทรงยกขึ้นแสดงไว้ส่วนบททั้งหลายที่เหลือที่มิได้ยกมา (ในที่นี้) ฉะนั้น บทเหล่านั้นจึงมิได้ยกขึ้นแสดง. เพราะว่า รูปและอรูปธรรมทั้งหลายมิได้นับสงเคราะห์ด้วยเวทนาขันธ์ โดยอำนาจแห่งความเป็นขันธ์เป็นต้น ทั้งชื่อว่าสัมปโยคะแห่งบทเหล่านั้นก็มิได้มีฉะนั้น บทเหล่าใดที่มิได้ยกมาแสดง บทเหล่านั้นนั่นแหละ ทรงยกขึ้นแสดงรวมพร้อมกับคำวิสัชนาอันเป็นทำนองเดียวกัน.
ในปัญหานั้น ธรรมเหล่าใดที่สงเคราะห์ได้ด้วยธรรมที่ยกขึ้นแสดงเพื่อปุจฉา ด้วยสามารถแห่งธรรมมีขันธ์เป็นต้น ธรรมเหล่านั้นสัมปยุตและวิปปยุตด้วยธรรมเหล่าใด บัณฑิตพึงทราบการจำแนกธรรมมีขันธ์เป็นต้น ด้วยสามารถแห่งธรรมเหล่านั้น.
ในปัญหานั้น มีนัยดังนี้
วิญญาณเทียวนับสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยรูปขันธ์ โดยการสงเคราะห์ ๓ อย่างก่อน. วิญญาณนั้นสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ มีเวทนาขันธ์เป็นต้น และด้วยธรรมทั้งหลายมีเวทนาเป็นต้นในธัมมายตนะและธัมมธาตุทั้งหลาย. และวิปปยุตด้วยรูปขันธ์ ๑ ด้วยรูปายตนะ ๑๐ ด้วยรูปธาตุ ๑๐ และด้วยธรรม คือรูปและนิพพานในธัมมายตนะและธัมมธาตุพระผู้มีพระภาคเจ้าหมายเอาวิญญาณนั้น จึงตรัสว่า "เต ธมฺมา ตีหิ ขนฺเธหิ" เป็นต้น บัณฑิตพึงทราบเนื้อความทั้งปวง โดยนัยนี้แล.
จบอรรถกถาอสังคหิเตนสัมปยุตตวิปปยุตตปทนิทเทส. -----------------------------------------------------