พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 27d4e6ed… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด
สารบัญของฉบับนี้
- หมวด ๑ การทำไม้และเก็บหาของป่ามาตรา ๖–๓๓ · 35 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ การกำหนดไม้หวงห้ามค่าภาคหลวงและขนาดจำกัดมาตรา ๖–๑๐ · 6 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ การทำไม้หวงห้ามมาตรา ๑๑–๑๘/๓ · 13 มาตรา
- ส่วนที่ ๓ การยกเว้นค่าภาคหลวงมาตรา ๑๙–๒๔ · 6 มาตรา
- ส่วนที่ ๔ ไม้ที่มิใช่ไม้หวงห้ามมาตรา ๒๕–๒๖ · 2 มาตรา
- ส่วนที่ ๕ ของป่าหวงห้ามมาตรา ๒๗–๓๓ · 8 มาตรา
- หมวด ๒ ตราประทับไม้มาตรา ๓๔–๓๗ · 4 มาตรา
- หมวด ๓ ไม้และของป่าระหว่างเคลื่อนที่มาตรา ๓๘–๔๖ · 11 มาตรา
- ส่วนที่ ๑ การนำเคลื่อนที่มาตรา ๓๘–๔๒ · 7 มาตรา
- ส่วนที่ ๒ การควบคุมไม้ในลำน้ำมาตรา ๔๓–๔๖ · 4 มาตรา
- หมวด ๔ การควบคุมการแปรรูปไม้มาตรา ๔๗–๕๓ จัตวา · 11 มาตรา
- หมวด ๕ การแผ้วถางป่ามาตรา ๕๔–๕๕ · 2 มาตรา
- หมวด ๖ เบ็ดเตล็ดมาตรา ๕๖–๖๘ ทศ · 26 มาตรา
- หมวด ๗ บทกำหนดโทษมาตรา ๖๙–๗๔ จัตวา · 13 มาตรา
- หมวด ๘มาตรา ๗๕ · 1 มาตรา
- บทเฉพาะกาลมาตรา ๗๖–๗๗ · 2 มาตรา
ปรารภ
พระราชบัญญัติ ป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๔สิงหาคมพุทธศักราช ๒๔๘๐) อาทิตย์ทิพอาภา พล.อ.พิชเยนทรโยธิน ตราไว้ ณวันที่ ๑๔ตุลาคมพุทธศักราช ๒๔๘๔ เป็นปีที่ ๘ในรัชกาลปัจจุบัน โดยที่ สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่ สมควรปรับปรุงกฎหมายว่ ด้วยการป่ ไม้ ให้ เหมาะสมแก่กาลสมัยยิ่งขึ้น จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภาผู้แทนราษฎรดังต่อไปนี้
มาตราในหมวดนี้
ดูเป็นรายการหมวด ๖ เบ็ดเตล็ด
26 มาตรา- ๕๖
ใบอนุญาตที่ได้ออกให้ตามความในพระราชบัญญัตินี้ จะโอนได้ต่อเมื่อ ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ถ้าผู้รับอนุญาตตายทายาทหรือผู้จัดการมรดกจะทำการแทนตามใบอนุญาตนั้น ต่อไปก็ได้ แต่ต้องไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันผู้รับอนุญาตตาย และถ้าทายาทหรือผู้จัดการมรดก ประสงค์จะทำการแทนต่อไปอีก ต้องยื่นคำขออนุญาตก่อนกำหนดเวลาที่กล่าวแล้วได้สิ้นสุดลง
- ๕๗
ผู้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องจัดให้คนงานหรือผู้รับจ้างซึ่งทำ การตามที่ได้รับอนุญาตมีใบคู่มือแสดงฐานะเช่นนั้น ตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง
- ๕๘
การขออนุญาตและการอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงและในกรณีเฉพาะเรื่อง ถ้ารัฐมนตรี เห็นสมควรจะกำหนดให้ผู้รับอนุญาตปฏิบัติเพิ่มเติมประการใดอี ก็ได้ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งต่ออายุใบอนุญาตที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ ได้เมื่อเห็นสมควร
- ๕๘ ทวิ
ในกรณีการทำไม้หวงห้าม หรือเก็บหาของป่าหวงห้ามโดยการให้ สัมปทานการอนุญาตให้ผูกขาด หรือการอนุญาตทำไม้หวงห้ามเพื่อการค้าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือป่าที่ได้เตรียมการกำหนดเป็นป่าสงวนแห่งชาติ หรือที่ได้กำหนดโครงการทำไม้หรือเก็บหาของป่า ไว้แล้ว หรือการอนุญาตตามมาตรา ๑๓มาตรา ๑๘หรือมาตรา ๕๔รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนด
(๑) ให้ผู้รับสัมปทานหรือผู้รับอนุญาต ทำการบำรุงป่า หรือปลูกสร้างสวนป่าตาม คำสั่งและวิธีการที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด หรือ
(๒) ให้ผู้รับสัมปทานหรือผู้รับอนุญาตออกค่าใช้จ่ายเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการ บำรุงป่า หรือปลูกสร้างสวนป่าให้แทน ในกรณีตาม(๒) ให้คิ ดค่าใช้จ่ายได้ไม่เกินหกเท่าของค่าภาคหลวง หรือตามอัตรา พื้นที่ป่าที่ได้รับสัมปทานหรือรับอนุญาต ไม่เกินไร่ละหนึ่งพันสองร้อยบาท ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรี เห็นสมควร
- ๕๙
ให้พ งานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่ พัใช้ใบอนุญาตที่ออกตาม พระราชบัญญัตินี้ได้ดังต่อไปนี้
(๑) เมื่อปรากฏว่าผู้รับอนุญาตฝ่าฝื หรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงข้อกำหนดหรือเงื่อนไขในการอนุญาต หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่ง สั่งตามพระราชบัญญัตินี้ จะสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน
(๒) เมื่อมีการฟ้องผู้รับอนุญาตต่อศาลว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ จะ สั่งพักใช้ใบอนุญาตไว้จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดก็ได้
- ๖๐
เมื่อได้มีคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้พักใช้ใบอนุญาตแล้ว ผู้รับ อนุญาตหมดสิทธิตามใบอนุญาตนั้นนับแต่วันทราบคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่จนกว่าจะครบ กำหนดเวลาการพักใช้ใบอนุญาต หรือจนกว่ารัฐมนตรีจะได้สั่งให้เพิกถอนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต
- ๖๑
ในกรณีที่เหตุแห่งการสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา ๕๙ปรากฏแก่ รัฐมนตรีหรือเมื่อพนังานเจ้าหน้าที่ได้สั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา ๕๙แล้ว ถ้ารัฐมนตรีเห็นสมควร จะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้เสียก็ได้ ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรกล หรือผู้กระทำการ แทนนิติบุคคลผู้รับอนุญาตไม่มีลักษณะตามมาตรา ๔๙(๑) หรือเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๙(๒) (๓) หรือ
(๔) แล้วแต่กรณี ให้รัฐมนตรีสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
- ๖๑ ทวิ
คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ให้ทำเป็น หนังสือแจ้งให้ผู้ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตรับทราบ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่อาจให้ผู้ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตรับทราบ คำสั่งตามวรรคหนึ่ง ให้ปิดคำสั่งในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณสถานที่ทำการตามใบอนุญาตหรือที่อยู่ของ ผู้ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตเมื่อได้ปฏิบัติตามวิธีนี้แล้ว ให้ถือว่าผู้ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอน ใบอนุญาตรับทราบคำสั่งนั้นตั้งแต่วันปิดคำสั่ง
- ๖๒
ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งไม่อนุญาตตามคำขอของบุคคลใดตาม ความในพระราชบัญญัติ นี้ หรือสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามความในมาตรา ๕๙บุคคลนั้นมีสิทธิอุทธรณ์ คำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อรัฐมนตรีได้ภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง คำวินิจฉัย ของรัฐมนตรีให้ถือเป็นที่สุด
- ๖๓
ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ รัฐบาลมีอำนาจให้ สัมปทานในการทำไม้ชนิดใดหรือเก็บหาของป่าอย่างใดในป่าใดโดยมีขอบเขตเพียงใดและในสัมปทาน นั้นจะให้มีข้อกำหนดและเงื่อนไขอย่างใดก็ได้ รัฐบาลมีอำนาจให้ผู้รับสัมปทานเสียเงินค่าภาคหลวงตามอัตราที่รัฐบาลเห็นสมควร แต่ไม่เกินอัตราอย่างสูงที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ และจะให้ผู้รับสัมปทานเสียเงินแก่รัฐบาลตาม จำนวนที่รัฐบาลจะกำหนดอีกก็ได้
- ๖๔
ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ที่เกี่ยวกับความผิดอาญาให้ถือว่า พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- ๖๔ ทวิ
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดบรรดาเครื่องมือเครื่องใช้ สัตว์ พาหนะยานพาหนะหรือเครื่องจักรกลใด ๆที่บุคคลได้ใช้ หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าได้ใช้ในการ กระทำความผิด หรือเป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๑มาตรา ๔๘ มาตรา ๕๔หรือมาตรา ๖๙ไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ จนกว่าพนักงานอัยการสั่ง เด็ดขาดไม่ฟ้องคดีหรือจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นของผู้กระทำความผิดหรือของผู้มีเหตุ อันควรสงสัยว่าเป็นผู้กระทำความผิดหรือไม่ ทรัพย์สินที่ยึดไว้ตามวรรคหนึ่ง ถ้าพนักงานอัยการสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีหรือศาลไม่ พิพากษาให้ริบ และผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองมิได้ร้องขอรับคืนภายในกำหนดหกเดือนนับแต่วัน ทราบหรือถือว่าได้ทราบคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี หรือวันที่คำพิพากษาถึงที่สุด แล้วแต่กรณี ให้ตกเป็น ของกรมป่าไม้ ถ้าทรัพย์สินที่ยึดไว้จะเป็นการเสี่ยงความเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาจะ เกินค่าของทรัพย์สิน รัฐมนตรีหรือผู้ที่รัฐมนตรีมอบหมายจะจัดการขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้น ก่อน ถึงกำหนดตามวรรคสองก็ได้ ได้เงินเป็นจำนวนสุทธิเท่าใดให้ยึดไว้แทนทรัพย์สินนั้น
- ๖๔ ตรี
ในกรณีทรัพย์สินที่ยึดไว้ตามมาตรา ๖๔ทวิ มิใช่เป็นของผู้กระทำ ความผิดหรือของผู้มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นผู้กระทำความผิดให้พนักงานเจ้าหน้าที่โดยอนุมัติ รัฐมนตรีคืนทรัพย์สินหรือเงิน แล้วแต่กรณี ให้แก่เจ้าของ ก่อนถึงกำหนดตามมาตรา ๖๔ทวิ ได้ ใน กรณีดังต่อไปนี้
(๑) เมื่อทรัพย์สินนั้นไม่จำเป็นต้องใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีที่เป็น เหตุให้ทรัพย์สินนั้นถูกยึด และ
(๒) เมื่ อผู้กระทำความผิดหรือผู้มีเหตุอัควรสงสัยว่า เป็ผู้ ระทำความผิดได้ ทรัพย์สินนั้นมาจากผู้เป็นเจ้าของโดยการกระทำความผิดทางอาญา
- ๖๕
เพื่อบำบัดปัดป้องภยันตรายซึ่งมีมาเป็นสาธารณะโดยฉุกเฉินแก่ไม้หรือ ของป่าในป่าใด พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งผู้รับอนุญาตหรือผู้รับสัมปทานในป่านั้นหรือป่าที่ ใกล้เคียง รวมทั้งคนงานหรือผู้รับจ้างของผู้รับอนุญาตหรือผู้ รับสัมปทานให้ให้ความช่วยเหลือด้วย แรงงานหรือสิ่งของตามที่จำเป็นแก่การนั้นได้
- ๖๖
การโอนไม้หรือของป่าที่ผู้รับอนุญาตหรือผู้รับสัมปทาน กระทำก่อนที่ ได้ชำระค่าภาคหลวง หรือก่อนที่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นหนังสือ จะยกขึ้นเป็นข้ออ้าง เพื่อใช้แก่เจ้าพนักงานหาได้ไม่
- ๖๗
ให้รัฐมนตรีตั้งด่านป่าไม้และกำหนดเขตแห่งด่านนั้น ๆโดยประกาศใน
- ๖๘
บรรดาหนี้ค่าภาคหลวงสำหรับไม้หรือของป่าที่ค้างชำระอยู่ให้ถือว่าเป็น หนี้ค่าภาษีอากรที่ค้างชำระแก่รัฐบาลและให้รัฐบาลทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้โดยมีบุริมสิทธิ สามัญอย่างเดียวกับค่าภาษีอากรตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หมวด ๖ทวิ การสั่งแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัปทานและการสิ้นสุดของสัมปทาน หมวด ๖ทวิ การสั่งแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัมปทานและการสิ้นสุดของสัมปทาน มาตรา ๖๘ทวิ ถึงมาตรา ๖๘เอกาทศเพิ่มโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔พ.ศ. ๒๕๓๒ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ๖๘ ทวิ
ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่ใดในเขตสัมปทานเพื่อประโยชน์ ในการสร้างเขื่อนชลประทานหรือเขื่อนพลังน้ำ หรือเพื่อการป้องกันภัยพิบัติสาธารณะ หรือความ มั่นคงของชาติ หรือเพื่อรักษาความสมดุลของสภาพแวดล้อมหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างอื่น ให้ รัฐมนตรีโดยความเห็ชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งการดังต่อไปนี้
(๑) ให้สัมปทานที่มีพื้นที่สัมปทานทับพื้นที่ดังกล่าวสิ้นสุดลงทั้งแปลง
(๒) ให้ผู้รับสัมปทานหยุดการทำกิจการที่ได้รับสัมปทานเป็นการชั่วคราวในพื้นที่ ดังกล่าวตามระยะเวลาที่เห็นสมควร
(๓) ตัดเขตพื้นที่ดังกล่าวออกจากพื้นที่ในสัมปทาน การสั่งการของรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ออก คำสั่ง
- ๖๘ ตรี
นอกจากการสิ้นสุดลงตามอายุของสัมปทาน หรือตามข้อกำหนด หรือเงื่อนไขที่ำหนดไว้ในสัมปทานหรือตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น สิทธิการทำกิจการที่ได้รับ สัมปทานในเขตพื้นที่สัมปทานทั้งแปลงหรือบางส่วนย่อมสิ้นสุดลงเมื่อพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตที่ กำหนดให้เป็น
(๑) อุทยานแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ หรือ
(๒) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
- ๖๘ จัตวา
ในกรณีที่รัฐมนตรีมีคำสั่งตามมาตรา ๖๘ทวิ หรือในกรณีที่สิทธิ การทำกิจการที่ได้รับสัมปทานสิ้นสุดลงตามมาตรา ๖๘ตรี หรือในกรณีที่สัมปทานสิ้นสุดลงเนื่องจาก ทางราชการได้ใช้สิทธิเพิกถอนสัมปทานเพราะเหตุที่ผู้รับสัมปทานไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไข ที่กำหนดในสัมปทาน บรรดาไม้และของป่าที่อยู่ในพื้นที่สัมปทานที่สิทธิการทำกิจการที่ได้รับสัมปทาน สิ้นสุดลง และบรรดาไม้ที่ยังมิได้เสียค่าภาคหลวงไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่สัมปทานนั้นหรือไม่ ย่อมเป็นของ แผ่นดิน และผู้รับสัมปทานจะได้สิทธิหรือกรรมสิทธิ์ในไม้หรือของป่าได้ต่อเมื่อผู้รับสัมปทานสามารถ พิสูจน์ได้ว่า ตนได้ทำไม้หรือเก็บหาของป่านั้นโดยถูกต้องตามกฎหมาย ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ กำหนดในสัมปทานก่อนสิทธิตามสัมปทานสิ้นสุดลง ในกรณีที่ผู้รับสัมปทานประสงค์จะพิสูจน์ตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้รับสัมปทานยื่นคำขอ พิสูจน์ต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้รับสัมปทานได้รับหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่ที่แจ้ง คำสั่งรัฐมนตรีหรือแจ้งการสิ้นสุดของสัมปทานตามมาตรา ๖๘อัฏฐวรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี วิธีการยื่น คำขอพิสูจน์ การพิสูจน์ การพิจารณาและการสั่งการของรัฐมนตรี ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีที่ผู้รับสัมปทานไม่พอใจคำสั่งรัฐมนตรี ผู้รับสัมปทานมีสิทธิฟ้องต่อศาลเพื่อ พิสูจน์ว่าตนได้ทำไม้หรือเก็บหาของป่าโดยถู ต้องตามกฎหมายข้อกำหนดและเงื่อนไขที่กำหนดใน สัมปทานก่อนสิทธิตามสัมปทานสิ้นสุดลง แต่ทั้งนี้ ต้องยื่นฟ้องภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่วันที่ ได้รับคำสั่งของรัฐมนตรี
- ๖๘ เบญจ
ในกรณีที่เป็นสัมปทานทำไม้ ที่รัฐมนตรีได้มีคำสั่งตามมาตรา ๖๘ ทวิ หรือสิทธิการทำไม้ในเขตพื้นที่สัมปทานสิ้นสุดลงตามมาตรา ๖๘ตรี ให้ผู้รับสัมปทานหยุดการทำ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ไม้ในเขตพื้นที่สัมปทานที่สิทธิการทำไม้สิ้นสุดลงและหยุดการนำไม้เคลื่อนที่ออกจากสถานที่รวม หมอนไม้สำหรับการตรวจวัดคำนวณค่าภาคหลวงโดยสิ้นเชิง และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการสำรวจ สภาพการทำไม้และสำรวจไม้ที่รวมอยู่ ณสถานที่รวมหมอนไม้ของผู้รับสัมปทาน และทำบันทึก รายงานเสนอต่ออธิบดีกรมป่าไม้โดยเร็ว บันทึกรายงานดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ระบุข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ วิธีการทำไม้ จำนวนและขนาดของไม้และให้ความเห็นด้วยว่า ผู้รับสัมปทานได้ทำไม้โดยถูกต้องตาม กฎหมายข้อกำหนดและเงื่อนไขตามที่กำหนดไว้ในสัมปทานหรือไม่ ในกรณีที่ผลการสำรวจตามวรรคหนึ่งปรากฏว่า ผู้รับสัมปทานได้ทำไม้โดยฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อกำหนดหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัมปทานและการกระทำดังกล่าว เป็นเหตุให้ทางราชการมีสิทธิเพิกถอนสัมปทานการสิ้นสุดของสิทธิการทำไม้ตามมาตรา ๖๘ทวิ หรือ มาตรา ๖๘ตรี ย่อมไม่เป็นการตัดสิทธิทางราชการที่จะเพิกถอนสัมปทานโดยให้มีผลตั้งแต่วันก่อน วันที่สิทธิการทำไม้ิ้นสุดลง เมื่อผู้รับสัมปทานพิสูจน์ต่อรัฐมนตรีตามมาตรา ๖๘จัตวา ได้ว่าตนได้ทำไม้โดย ถูกต้องตามกฎหมายข้อกำหนดและเงื่อนไขที่กำหนดในสัมปทานก่อนวันที่สิทธิตามสัปทานสิ้นสุดลง หรือเมื่อศาลได้พิพากษาเช่นนั้น ให้อธิบดีกรมป่าไม้มีหนังสือแจ้งให้ผู้รับสัมปทานทำการชักลากและ นำไม้ดังกล่าวเคลื่อนที่ได้ พร้อมทั้งกำหนดหลัเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและระยะเวลาที่ผู้ รับสัมปทาน ต้องปฏิบัติไว้ด้วย ผู้รับสัมปทานผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและระยะเวลาตามที่ อธิบดีกรมป่าไม้กำหนดดังกล่าว ให้หมดสิทธิในไม้นั้น และให้ไม้นั้นตกเป็นของแผ่นดิน
- ๖๘ ฉ
ให้ผู้รับสัมปทานที่ได้รับคำสั่งตามมาตรา ๖๘ทวิ หรือผู้รับสัมปทาน ที่สัมปทานสิ้นสุดลงตามมาตรา ๖๘ตรี ดัต่อไปนี้ มีสิทธิได้รับเงินชดเชยความเสียหายตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๖๘สัตต มาตรา ๖๘อัฏฐ มาตรา ๖๘นวมาตรา ๖๘ทศและ มาตรา ๖๘เอกาทศ
(๑) ผู้รับสัมปทานที่พื้นที่สัมปทานทั้งแปลงต้องสิ้นสุดลงตามมาตรา ๖๘ทวิ
(๑) หรือมาตรา ๖๘ตรี และ
(๒) ผู้รับสัมปทานที่ได้รับคำสั่งตามมาตรา ๖๘ทวิ (๒) หรือ
(๓) หรือผู้รับสัมปทานที่ พื้นที่สัมปทานบางส่วนต้องสิ้นสุดลงตามมาตรา ๖๘ตรี ทั้งนี้ เฉพาะในกรณีที่ผู้รับสัมปทานดังกล่าว ได้ขอเวนคืนสัมปทานที่เหลือทั้งหมดของตนต่อทางราชการ ในกรณีที่มีการสั่งตามมาตรา ๖๘ทวิ หรือสัมปทานสิ้นสุดลงตามมาตรา ๖๘ตรี การเรียกร้องหรือการให้ค่าสินไหมทดแทนหรือเงินชดเชยเพื่อความเสียหายอย่างอื่นนอกจากที่บัญญัติ ไว้ในมาตรานี้ จะกระทำมิได้
- ๖๘ สัตต
เงินชดเชยความเสียหายที่ผู้รับสัมปทานมีสิทธิได้รับให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ต้องเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงแก่ผู้รับสัมปทาน และเฉพาะในเรื่อง ดังต่อไปนี้
(ก) เงินลงทุนที่ผู้รับสัมปทานได้ใช้จ่ายไปเพื่อการทำกิจการที่ได้รับสัมปทาน เช่น ค่าเครื่องจักรกล ค่ายานพาหนะค่าเครื่องมือ เครื่องใช้และอุปกรณ์ต่าง ๆซึ่งผู้รับสัมปทานยังใช้ ประโยชน์ไม่คุ้มค่า ทั้งนี้ โดยให้คำนึงถึงค่าเสื่อมราคาที่ได้หักไว้แล้ว ระยะเวลาของสัมปทานที่ผู้รับ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สัมปทานได้ใช้สิทธิการทำกิจการที่ได้รับสัมปทานไปแล้ว จำนวนไม้หรือของป่าที่ผู้รับสัมปทานได้ทำ ออกไปแล้ว รวมทั้งประโยชน์อย่างอื่นที่ ผู้ รับสัมปทานได้รับไปอัเนื่องจากการทำกิจการที่ได้รับ สัมปทานในระหว่างอายุสัมปทาน และมูลค่าของทรัพย์สินหรือสิ่งของที่เหลืออยู่และยังเป็นประโยชน์ ต่อผู้รับสัมปทาน
(ข) ค่าใช้จ่ายที่ผู้รับสัมปทานได้จ่ายไปเพื่อการทำกิจการที่ได้รับสัมปทานและ ยังมิได้รับผลประโยชน์กลับคืน ทั้งนี้ โดยให้คำนึงถึงเงื่อนไขต่าง ๆตามที่กำหนดไว้ใน (ก) และ
(ค) ความผูกพันตามกฎหมายที่ผู้รับสัมปทานมีอยู่ตามกฎหมายว่าด้วยการ คุ้มครองแรงงาน ในส่วนที่เกี่ยวกับการจ่ายเงินชดเชยให้แก่ลูกจ้างในกรณีที่มีการเลิกจ้าง เงินลงทุนหรือค่าใช้จ่ายที่นำมาพิจารณาเพื่อรับเงินชดเชยตาม
(ก) และ(ข) จะต้องไม่เกินกว่าที่เป็นเงินลงทุนหรือค่าใช้จ่ายตามที่ผู้ประกอบธุรกิจจะลงทุนหรือใช้จ่ายในกิจการ เช่นนั้นโดยทั่วไปตามปกติ
(๒) ความรับผิดที่ผู้รับสัมปทานมีต่อบุคคลภายนอกตามสัญญาระหว่างผู้รับ สัมปทานกับบุคคลภายนอกที่เกี่ยวเนื่องกับการทำกิจการที่ได้รับสัปทานหากมีข้อสัญญาที่คู่สัญญา ตกลงให้ผู้รับสัมปทานต้องรับผิดในกรณีเหตุสุดวิสัยให้แตกต่างไปจากประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ หรือมีข้อสัญญาที่คู่สัญญาตกลงให้ผู้รับสัมปทานต้องรับผิดเพราะรัฐสั่งแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือ ยกเลิกสัมปทานข้อสัญญาดังกล่าวย่อมไม่มีผลใช้บังคับเพื่อการให้เงินชดเชยความเสียหายตามมาตรา นี้
(๓) ห้ามมิให้มีการจ่ายเงินชดเชยเพื่อผลกำไรหรือผลประโยชน์ใดๆที่ผู้รับสัมปทาน คาดว่าจะได้รับจากการทำกิจการที่ได้รับสัมปทาน
(๔) ในกรณีที่การเลิ สัปทานเป็เหตุให้ผู้รับสัมปทานได้รับเงิ ทรัพย์สิ หรือ ผลประโยชน์อย่างอื่นตอบแทน จากการประกันหรือการอื่นใดเพื่อทดแทนความเสียหายให้ถือว่าเงิน ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นนั้น เป็นส่วนหนึ่งของเงินชดเชยความเสียหายตามมาตรา นี้ ในกรณีที่ผู้รับสัปทานยื่นคำขอเวนคืนสัมปทานตามมาตรา ๖๘ฉ
(๒) ให้ผู้รับ สัมปทานได้รับเงินชดเชยความเสียหายเฉพาะตามอัตราส่วนของพื้นที่หรือของจำนวนไม้หรือของป่าที่ จะทำออกได้จากพื้นที่ในส่วนที่สัมปทานนั้นสิ้นสุดลง แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า ทั้งนี้ เว้นแต่ใน กรณีที่มีเหตุผลฟังได้ว่า พื้นที่ในส่วนที่สัมปทานสิ้นสุดลงนั้นเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้รับสัมปทานไม่ สามารถดำเนินกิจการในสัมปทานที่ขอเวนคืนนั้นต่อไปได้ ก็ให้ได้รับเงินชดเชยเช่นเดียวกับกรณีพื้นที่ สัมปทานทั้งแปลงสิ้ สุดลง
- ๖๘ อัฏฐ
เมื่อรัฐมนตรีมีคำสั่งตามมาตรา ๖๘ทวิ ให้พนังานเจ้าหน้าที่แจ้ง คำสั่งของรัฐมนตรีให้ผู้รับสัมปทานทราบเป็นหนังสือ หรือเมื่อสิทธิการทำกิจการที่ได้รับสัมปทานใน เขตพื้นที่สัมปทานทั้งแปลงหรือบางส่วนต้องสิ้นสุดลงตามมาตรา ๖๘ตรี ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มี หนังสือแจ้งให้ผู้รับสัมปทานทราบถึงการสิ้นสุดดังกล่าว ในกรณีที่ผู้รับสัมปทานประสงค์จะเรียกร้องเงินชดเชยความเสียหายผู้รับสัมปทาน จะต้องยื่นคำขอเรียกร้องเงินชดเชยความเสียหายต่ออธิบดีกรมป่าไม้ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้รับ สัมปทานได้รับหนังสือของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่แจ้งคำสั่งของรัฐมนตรี หรือแจ้งการสิ้นสุดของ สัมปทานตามวรรคหนึ่งแล้วแต่กรณี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คำขอตามวรรคสองให้ทำเป็นหนังสือ พร้อมทั้งจัดทำบัญชีแสดงจำนวนเงินชดเชย ความเสียหายที่ตนเห็ว่าสมควรจะได้ บตามหลัเกณฑ์ที่ำหนดไว้ในมาตรา ๖๘สัตต โดยมี หลักฐานที่สนับสนุนข้อเรียกร้องของตนตามความจำเป็น ในกรณีที่ผู้รับสัมปทานที่ขอเรียกร้องเงินชดเชยความเสียหายเป็ผู้ ใช้สิทธิตาม มาตรา ๖๘ฉ(๒) ผู้รับสัมปทานต้องขอเวนคืนสัมปทานที่เหลือทั้งหมดของตนก่อนหรือในวันที่ขอ เรียกร้องเงินชดเชยความเสียหายตามมาตรานี้
- ๖๘ นว
ในการพิจารณากำหนดเงินชดเชยความเสียหายให้อธิบดีกรมป่าไม้ แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยผู้แทนกรมสรรพากรหนึ่งคน ผู้แทนสำนักงานตรวจ เงินแผ่นดินหนึ่งคน ผู้มีความรู้ความสามารถในการตีราคาทรัพย์สินหนึ่งคน และเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ หนึ่งคน เพื่อทำหน้าที่พิจารณากำหนดเงิ ชดเชยความเสียหาย ให้คณะกรรมการมีอำนาจเรียกให้ผู้รับสัมปทานมาชี้แจงข้อเท็จจริง หรือส่งเอกสาร หลักฐานเพิ่มเติม ตลอดจนเรียกให้ผู้รับสัมปทานมาเจรจาเพื่อกำหนดเงินชดเชยดังกล่าวได้ และใน กรณีที่ผู้รับสัมปทานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือไม่ให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการ ให้คณะกรรมการ ดำเนินการกำหนดเงินชดเชยความเสียหายตามที่เห็นสมควรต่อไปโดยมิชักช้า เมื่อคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งได้กำหนดเงินชดเชยความเสียหายเสร็จสิ้นแล้ว ให้ ทำบันทึกรายงานเสนอต่ออธิบดีกรมป่าไม้โดยบันทึกรายงานดังกล่าวจะต้องแสดงรายละเอียดและ เหตุผลของการพิจารณาว่า การกำหนดเงินชดเชยดังกล่าวมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไร มี เหตุผลสนับสนุนเพียงใด พร้อมทั้งระบุเอกสารหลักฐานที่ใช้ในการพิจารณา และในกรณีที่อธิบดีกรม ป่าไม้ไม่เห็นชอบด้วยให้อธิบดีกรมป่าไม้มีอำนาจแก้ไขตามที่เห็นสมควรพร้อมทั้งแสดงเหตุผลกำกับ ในบันทึกไว้ด้วย ให้อธิบดีกรมป่าไม้มีหนังสือแจ้งให้ผู้รับสัมปทานทราบถึงจำนวนเงินชดเชยความ เสียหายที่ผู้รับสัมปทานจะได้รับพร้อมด้วยเหตุผลตามสมควรและให้กำหนดระยะเวลาที่ผู้รับ สัมปทานจะมาขอรับเงินชดเชยดังกล่าวไว้ด้วย
- ๖๘ ทศ
ผู้รับสัมปทานผู้ใดไม่พอใจในเงินชดเชยความเสียหายที่อธิบดีกรม ป่าไม้แจ้งให้ทราบตามมาตรา ๖๘นวให้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับ แจ้งเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมป่าไม้ดังกล่าว ในการพิจารณาอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมาย และผู้มีความรู้ความสามารถในการตีราคาทรัพย์สิน มีจำนวน ทั้ หมดไม่้ อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเก้าคนเป็นผู้พิจารณาเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรี ทั้งนี้ ให้ รัฐมนตรีวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เสร็จสิ้นภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับคำอุทธรณ์ มาตรา ๖๘เอกาทศ ในกรณีที่ผู้รับสัมปทานยังไม่พอใจในคำวินิจฉัยของรัฐมนตรี ตามมาตรา ๖๘ทศหรือในกรณีที่รัฐมนตรีมิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดเวลาตาม มาตรา ๖๘ทศวรรคสองให้มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลได้ภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของ รัฐมนตรีหรือนับแต่วันที่พ้นกำหนดเวลาดังกล่าว แล้วแต่กรณี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในกรณีที่มีการฟ้องคดีต่อศาลและศาลพิพากษาให้ผู้รับสัมปทานได้รับเงินชดเชย ความเสียหายเพิ่มขึ้น ผู้รับสัมปทานมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยของเงินชดเชยความเสียหายเฉพาะในส่วนที่ เพิ่มขึ้น ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี
หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ
ส่วนที่ ๓การยกเว้นค่าภาคหลวงมาตรา ๑๙ถึงมาตรา ๒๔ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๐๓ ส่วนที่ ๔ไม้ที่มิใช่ไม้หวงห้าม มาตรา ๒๕ถึงมาตรา ๒๖แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๑๘ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ มาตรา ๔๐แก้ไขเพิ่มเติ โดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๐๓ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
๑๐๖/๒๕๕๗เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ ลงวันที่ ๒๑กรกฎาคมพุทธศักราช ๒๕๕๗ การรักษาพระราชบัญญัติ
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
- หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
- https://epa.onep.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://epa.onep.go.th/storage/upload/law/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%20%E0%B8%9E.%E0%B8%A8.%202484.pdf39 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:27d4e6ed32668412349716f08b580e8969d2e4109130c9054f937a54451580f9ดึงเมื่อ 2026-08-24T07:46:08.658Z
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR