อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯฉบับนี้ไม่มีเรื่องที่ตำแหน่งนี้แสดง

สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค โพชฌงคสังยุตต์ ปัพพตวรรคที่ ๑ ๔. วัตตสูตร

อรรถกถาแปลไทย

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกข้อ ๓๘๓10 ข้อ1 ฉบับคำแปลไทย · ต้นฉบับยังไม่มีในคลังนี้

อรรถกถาแปลไทย · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาวัตตสูตรที่ ๔

พึงทราบวินิจฉัยในวัตตสูตรที่ ๔

บทว่า สติสมฺโพชฺฌงฺโค อิติ เจ เม โหติ ความว่า ถ้าสติสัมโพชฌงค์ย่อมมีแก่เราดังพรรณนามานี้.

บทว่า อปฺปมาโณติ เม โหติ ความว่า เรารู้ว่า สติสัมโพชฌงค์ของเราหาประมาณมิได้อย่างนี้.

บทว่า สุสมารทฺโธ ได้แก่ บริบูรณ์ดีแล้ว.

ในบทว่า ติฏฺฐนฺตํ นี้ สติสัมโพชฌงค์ย่อมตั้งอยู่โดยอาการแปด.

คือ พระเถระย่อมรู้ว่า สติสัมโพชฌงค์ชื่อว่าตั้งอยู่ เพราะไม่ระลึกถึงความเกิด เพราะระลึกถึงความไม่เกิด คือ ความเป็นไป ความไม่เป็นไป นิมิต ไม่มีนิมิต สติสัมโพชฌงค์ชื่อว่าตั้งอยู่ เพราะไม่ระลึกถึงสังขาร เพราะระลึกถึงอสังขาร ดังนั้น สติสัมโพชฌงค์จึงตั้งอยู่ด้วยอาการแปดเหล่านี้แล.

พระเถระย่อมรู้ชัดซึ่งสติสัมโพชฌงค์ เมื่อประพฤติย่อมประพฤติด้วยอาการแปดตรงกันข้ามกับอาการที่กล่าวแล้วนั่นแหละ แม้ในโพชฌงค์ที่เหลือก็มีนัยนี้นี้แล. สูตรนี้ท่านกล่าวโพชฌงค์ที่มีกำลังของพระเถระ.

ก็เมื่อใดพระเถระทำสติสัมโพชฌงค์ให้เป็นหลัก ย่อมเข้าผลสมาบัติ เมื่อนั้น โพชฌงค์ ๖ นอกนี้ย่อมไปตามสติสัมโพชฌงค์นั้น. เมื่อใด พระเถระทำโพชฌงค์อย่างใดอย่างหนึ่งให้เป็นหลักในบรรดาโพชฌงค์มีธรรมวิจยะเป็นต้น แม้เมื่อนั้นโพชฌงค์ที่เหลือย่อมไปตามโพชฌงค์นั้นแล.

พระเถระ เมื่อแสดงความชำนาญที่ประพฤติมาของตนในผลสมาบัติอย่างนี้ จึงกล่าวสูตรนี้ ด้วยประการดังนี้.

จบอรรถกถาวัตตสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา