อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับหลวงจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๙๙

๑. ปัจจุปปันนวาร : สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม เป็นต้น ๒. อตีตวาร : สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม เป็นต้น ๓. อนาคตวาร : สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคลนั้นก็จักดับใช่ไหม เป็นต้น ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร : สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม เป็นต้น ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร : สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม เป็นต้น ๖. อตีตานาคตวาร : สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม เป็นต้น ...

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๙–๑๖๒พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 92 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 92 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 64 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุโลมบุคคล

ข้อ ๙๙

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยา-กฤตของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็กำลังดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศลในปวัตติ-กาล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในปัญจโวการภูมิ สภาว-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังดับ

ข้อ ๑๐๐

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๙๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็กำลังดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศลใน ปวัตติกาล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในปัญจโวการภูมิสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังดับ อนุโลมโอกาส

ข้อ ๑๐๑

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็น อกุศลในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตกำลังดับ แต่ สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังดับ ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตกำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๙๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร

ข้อ ๑๐๒

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตกำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลังดับ ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตกำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังดับอนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๑๐๓

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรมที่ เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็น กุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็กำลังดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๙๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศลใน ปวัตติกาล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในปัญจ-โวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังดับ

ข้อ ๑๐๔

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่กำลังดับในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็กำลังดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศลในปวัตติกาล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังดับ ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๑๐๕

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศลและอกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๙๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศลและกุศลบุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศลใน ปวัตติกาล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลังดับบุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่กำลังดับ

ข้อ ๑๐๖

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรม ที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศลใน ปวัตติกาล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิต

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๙๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่กำลังดับ ปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๑๐๗

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. กำลังดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับมีไหม วิ. ไม่มี

ข้อ ๑๐๘

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่ เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๙๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับมีไหม วิ. ไม่มี ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๑๐๙

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่ไม่กำลังดับในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศลและอกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลังดับในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศลและกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศลใน ปวัตติกาล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในอรูปภูมิสภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๙๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สภาว-ธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่กำลังดับ

ข้อ ๑๑๐

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศลในปวัตติกาล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในอรูปภูมิสภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สภาว-ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่กำลังดับ๒. อตีตวาร อนุโลมบุคคล

ข้อ ๑๑๑

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๐๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็น กุศลของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่

ข้อ ๑๑๒

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุโลมโอกาส

ข้อ ๑๑๓

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๐๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเคยดับ แต่ สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่เคยดับ ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็เคยดับ

ข้อ ๑๑๔

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่เคยดับ ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็เคยดับอนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๑๑๕

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. เมื่อจิตที่เป็นอกุศลดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็เคยดับ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๐๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็เคยดับ

ข้อ ๑๑๖

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็เคยดับ ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๑๑๗

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับมีไหม วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๐๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๒. อตีตวาร อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยา-กฤตของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับมีไหม วิ. ไม่มี

ข้อ ๑๑๘

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับมีไหม วิ. ไม่มี ปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๑๑๙

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็น อกุศลในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็ไม่เคยดับมีไหม วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๐๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๒. อตีตวาร

ข้อ ๑๒๐

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็ไม่เคยดับมีไหม วิ. ไม่มี ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๑๒๑

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เมื่ออกุศลจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่ไม่เคยดับ เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่เคยดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๐๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่

ข้อ ๑๒๒

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ สภาว-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิสภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่เคยดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ๓. อนาคตวาร อนุโลมบุคคล

ข้อ ๑๒๓

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ แห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นจักดับแต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๐๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล สภาวธรรมที่เป็นอัพยา-กฤตของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็จักดับ

ข้อ ๑๒๔

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับแห่งจิตนั้น สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักดับอนุโลมโอกาส

ข้อ ๑๒๕

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๑๒๖

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๐๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับแต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและสภาว-ธรรมที่เป็นอกุศลก็จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคลและบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน อสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับแต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็จักดับ

ข้อ ๑๒๗

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สภาวธรรม ที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้ อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๐๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักดับ ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๑๒๘

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับแต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคลสภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่จักดับ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยา-กฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล สภาวธรรมที่เป็นกุศล ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๐๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๓. อนาคตวาร

ข้อ ๑๒๙

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๑๓๐

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๑๓๑

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ แห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคอรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่จักดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๑๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน อสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่

ข้อ ๑๓๒

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาว-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิสภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุโลมบุคคล

ข้อ ๑๓๓

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๑๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังดับ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็น กุศลของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังดับในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังดับ

ข้อ ๑๓๔

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดกำลังดับ สภาวธรรมที่ เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาว-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๑๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุโลมโอกาส

ข้อ ๑๓๕

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๑๓๖

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังดับ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๑๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

ข้อ ๑๓๗

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ สภาว-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังดับ ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๑๓๘

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับมีไหม วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๑๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร

ข้อ ๑๓๙

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับมีไหม วิ. ไม่มี ปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๑๔๐

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๑๔๑

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่ไม่เคยดับ เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่เคยดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๑๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่เคยดับบุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่เคยดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่

ข้อ ๑๔๒

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่เคยดับบุคคลผู้กำลังอุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่เคยดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุโลมบุคคล

ข้อ ๑๔๓

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในภังคขณะแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๑๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาว-ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังดับในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังดับ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยา-กฤตของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังดับ

ข้อ ๑๔๔

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดกำลังดับ สภาวธรรมที่ เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๑๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาว-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังดับ อนุโลมโอกาส

ข้อ ๑๔๕

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๑๔๖

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใดในภังคขณะแห่งจิตนั้น สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับแต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๑๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังดับ

ข้อ ๑๔๗

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังดับ ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๑๔๘

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๑๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่จักไม่ดับในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใดในภังคขณะแห่งจิตนั้น สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันต-บุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นสภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่กำลังดับ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่

ข้อ ๑๔๙

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรม ที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาว-

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๒๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๑๕๐

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๑๕๑

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาว-ธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่จักไม่ดับ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคลบุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใดในภังคขณะแห่งจิตนั้น สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่กำลังดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๒๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาว-ธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่

ข้อ ๑๕๒

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาว-ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ๖. อตีตานาคตวาร อนุโลมบุคคล

ข้อ ๑๕๓

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๒๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้ อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคลเหล่านั้นเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่

ข้อ ๑๕๔

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ อนุโลมโอกาส

ข้อ ๑๕๕

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๒๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุโลมปุคคโลกาส

ข้อ ๑๕๖

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้ อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ สภาว-ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็เคยดับ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ และสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๒๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร

ข้อ ๑๕๗

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ สภาว-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่เคยดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการ-ภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็เคยดับ ปัจจนีกบุคคล

ข้อ ๑๕๘

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยา-กฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๒๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร

ข้อ ๑๕๙

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ ปัจจนีกโอกาส

ข้อ ๑๖๐

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส

ข้อ ๑๖๑

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ สภาว-ธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้ อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่เคยดับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๒๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ

ข้อ ๑๖๒

อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ สภาว-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ นิโรธวาร จบ

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๙ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ นิโรธวาร

ข้อ ๑๙๐

ยสฺส กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: โน ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใดย่อมดับไป อกุศลธรรมของสัตว์ นั้นย่อมดับไปหรือ หามิได้ หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใดย่อมดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมดับไป หามิได้

ข้อ ๑๙๑

ยสฺส กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: อรูเป กุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ปญฺจโวกาเร กุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ปญฺจโวกาเร กุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใดย่อมดับไป อัพยากตธรรมของ สัตว์นั้น ย่อมดับไปหรือ ในอรูปภูมิ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไป ในภังคขณะแห่งกุศลแต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ในปัญจโวการภูมิ กุศลธรรมและอัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไป ในภังคขณะแห่งกุศล หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใดย่อมดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต ย่อมดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ในปัญจโวการภูมิ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไป และกุศล-*ธรรมก็จะดับไป ในภังคขณะแห่งกุศล

ข้อ ๑๙๒

ยสฺส อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: อรูเป อกุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ปญฺจโวกาเร อกุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ปญฺจโวกาเร อกุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ฯ

อกุศลธรรมของสัตว์ใดย่อมดับไป อัพยากตธรรมของ สัตว์นั้น ย่อมดับไปหรือ ในอรูปภูมิ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปในภังคขณะแห่งกุศล แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ในปัญจโวการภูมิอกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไป และอัพยากตธรรมก็ย่อมดับไป ในภังคขณะแห่งอกุศล หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ย่อมดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป ในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ในปัญจโวการภูมิ อัพยากตธรรมย่อมดับไป และอกุศลธรรมย่อมดับไป ในภังคขณะแห่งอกุศล

ข้อ ๑๙๓

ยตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: อามนฺตา ฯ

กุศลธรรมในภูมิใด ย่อมดับไป อกุศลธรรมในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมในภูมิใด ย่อมดับไป กุศลธรรมในภูมินั้น ย่อมดับไป ถูกแล้ว

ข้อ ๑๙๔

ยตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ โน จ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ฯ

กุศลธรรมในภูมิใด ย่อมดับไป อัพยากตธรรม ในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมในภูมิใด ย่อมดับไป กุศลธรรมในภูมินั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมย่อมดับไปในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่กุศลธรรมย่อมดับไปในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมย่อมเกิดขึ้น และกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น ในภูมินั้น ซึ่งเป็นจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ

ข้อ ๑๙๕

ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ โน จ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ฯ

อกุศลธรรมย่อมดับไปในภูมิใด อัพยากตธรรมย่อม ดับไปในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมย่อมดับไป ในภูมิใด อกุศลธรรมย่อมดับไปในภูมินั้น อัพยากตธรรมย่อมดับไปในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่อกุศล-*ธรรมย่อมดับไปในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมย่อมดับไป และอกุศลธรรมก็ย่อมดับไปในภูมินั้น ซึ่งเป็นจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ

ข้อ ๑๙๖

ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: โน ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป อกุศล- *ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ หามิได้ หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป กุศล-*ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป หามิได้

ข้อ ๑๙๗

ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: อรูเป กุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ปญฺจโวกาเร กุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ปญฺจโวกาเร กุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป อัพยากต- *ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศล กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ในปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศล กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไป และอัพยากตธรรมก็ย่อมดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล ย่อมดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ในปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปและกุศลธรรมก็ย่อมดับไป

ข้อ ๑๙๘

ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: อรูเป อกุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ปญฺจโวกาเร อกุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต อกุสล- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ปญฺจโวกาเร อกุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ฯ

อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งอกุศล อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ในปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งอกุศล อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมก็ย่อมดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล ย่อมดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ในปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งอกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป และอกุศลธรรมก็ย่อมดับไป

ข้อ ๑๙๙

ยสฺส กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: อกุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตอกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: กุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป อกุศลธรรมของ สัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งอกุศล กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปแต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นคือ สัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต และอกุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และอกุศลธรรมก็ย่อมไม่ดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป ในภังคขณะแห่งกุศล อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปแต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งอกุศล-*วิปปยุตตจิต และกุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ ย่อมดับไปและกุศลธรรมก็ย่อมดับไป

ข้อ ๒๐๐

ยสฺส กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป อกุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: อรูเป กุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป อกุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล ย่อมไม่ดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งปวงที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศล ย่อมไม่ดับไป และอัพยากตธรรมก็ย่อมไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ อัพยากต-*ธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งปวงที่กำลังจุติอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งอกุศล ย่อมไม่ดับไป และกุศลธรรมก็ย่อมไม่ดับไป

ข้อ ๒๐๑

ยสฺส อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป กุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: อรูเป อกุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป กุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ฯ

อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิตต ย่อมไม่ดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศล ย่อมไม่ดับไป และอัพยากตธรรมก็ย่อมไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งอกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ อัพยากต-*ธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศล ย่อมไม่ดับไป และอกุศลธรรมก็ย่อมไม่ดับไป

ข้อ ๒๐๒

ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: อามนฺตา ฯ

กุศลธรรม ในภูมิใด ย่อมไม่ดับ อกุศลธรรม ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรม ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป กุศลธรรมในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ถูกแล้ว

ข้อ ๒๐๓

ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: นิรุชฺฌนฺติ ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: นตฺถิ ฯ

กุศลธรรม ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากตธรรม ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ ย่อมดับไป หรือว่า อัพยากตธรรม ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป กุศลธรรมในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ไม่มี

ข้อ ๒๐๔

ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: นิรุชฺฌนฺติ ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: นตฺถิ ฯ

อกุศลธรรมในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากตธรรม ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ ย่อมดับไป หรือว่า อัพยากตธรรม ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป อกุศลธรรมในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ไม่มี

ข้อ ๒๐๕

ยสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: อกุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตอกุสล- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: กุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งอกุศล กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต และอกุศลวิปปยุตตจิต และอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป และอกุศลธรรมก็ย่อมไม่ดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ในภังคขณะแห่งกุศล อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิต และกุศลวิปปยุตตจิต และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และกุศลธรรมก็ย่อมไม่ดับไป

ข้อ ๒๐๖

ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป อกุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: อรูเป กุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป อกุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล ย่อมไม่ดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งอกุศล ย่อมไม่ดับไป และอัพยากต-*ธรรม ก็ย่อมไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งอกุศล ย่อมไม่ดับไป และกุศลธรรม ก็ย่อมไม่ดับไป

ข้อ ๒๐๗

ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป กุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: อรูเป อกุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป กุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ฯ ------------

อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล ย่อมไม่ดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศล ย่อมไม่ดับไป และอัพยากตธรรมก็ย่อมไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งอกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศล ย่อมไม่ดับไป และอกุศลธรรม ก็ย่อมไม่ดับไป

ข้อ ๒๐๘

ยสฺส กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว อกุศลธรรม ของสัตว์นั้นเคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้นเคยดับไปแล้ว ถูกแล้ว

ข้อ ๒๐๙

ยสฺส กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้นเคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้นเคยดับไปแล้ว ถูกแล้ว

ข้อ ๒๑๐

ยสฺส อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

อกุศลธรรมของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้นเคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้นเคยดับไปแล้ว ถูกแล้ว

ข้อ ๒๑๑

ยตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

กุศลธรรมในภูมิใดเคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมใน ภูมินั้นเคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่าอกุศลธรรมในภูมิใดเคยดับไปแล้ว กุศลธรรมในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว ถูกแล้ว

ข้อ ๒๑๒

ยตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

กุศลธรรมในภูมิใดเคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมใน ภูมินั้นเคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมในภูมิใดเคยดับไปแล้ว กุศลธรรมในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่กุศลธรรมในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ อัพยากตธรรม เคยดับไปแล้ว และกุศลธรรมก็เคยดับไปแล้ว ในภูมินั้น ซึ่งเป็นจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ

ข้อ ๒๑๓

ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

อกุศลธรรมในภูมิใดเคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรม ในภูมินั้นเคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมในภูมิใดเคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ เคยดับไปแล้ว แต่อกุศลธรรมในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ อัพยากตธรรมในภูมินั้น ซึ่งเป็นจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ เคยดับไปแล้ว และอกุศลธรรมก็เคยดับไปแล้ว

ข้อ ๒๑๔

ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย อกุสเล จิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่ออกุศลจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และอกุศลธรรมก็เคยดับไปแล้ว

ข้อ ๒๑๕

ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และอกุศลธรรมก็เคยดับไปแล้ว

ข้อ ๒๑๖

ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ เคยดับแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ นอกนี้ และอกุศลธรรมก็เคยดับไปแล้ว

ข้อ ๒๑๗

ยสฺส กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรม ของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ ไม่มี หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้นไม่เคยดับไปแล้ว ไม่มี

ข้อ ๒๑๘

ยสฺส กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว อัพยากต- *ธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ ไม่มี หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศล-*ธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้ว ไม่มี

ข้อ ๒๑๙

ยสฺส อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ

อกุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว อัพยากต- *ธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ ไม่มี หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศล-*ธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้ว ไม่มี

ข้อ ๒๒๐

ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

กุศลธรรมในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรม ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว ถูกแล้ว

ข้อ ๒๒๑

ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ

กุศลธรรมในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว อัพยากต- *ธรรมในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว ไม่มี

ข้อ ๒๒๒

ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ

อกุศลธรรมในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว อัพยากต- *ธรรมในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว ไม่มี

ข้อ ๒๒๓

ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย อกุสเล จิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่ออกุศลจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้วและอกุศลธรรมก็ไม่เคยดับไปแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว ถูกแล้ว

ข้อ ๒๒๔

ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าถึงชั้นสุทธาวาส ไม่เคยดับไปแล้ว และอัพยากตธรรมก็ไม่เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว ถูกแล้ว

ข้อ ๒๒๕

ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ --------------

อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าถึงชั้นสุทธาวาส ไม่เคยดับไปแล้ว และอัพยากตธรรมก็ไม่เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว ถูกแล้ว

ข้อ ๒๒๖

ยสฺส กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อิตเรสํ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด จักดับไป อกุศลธรรมของ สัตว์นั้น จักดับไปหรือ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นจักดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ จักดับไปและอกุศลธรรม ก็จักดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น จักดับไป ถูกแล้ว

ข้อ ๒๒๗

ยสฺส กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อิตเรสํ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด จักดับไป อัพยากตธรรมของ สัตว์นั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น จักดับไป ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ผู้เป็นพระอรหันต์ จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ อัพยากต-*ธรรมของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ จักดับไป และกุศลธรรมก็จักดับไป

ข้อ ๒๒๘

ยสฺส อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อิตเรสํ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ

อกุศลธรรมของสัตว์ใดจักดับไป อัพยากตธรรมของ สัตว์นั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้ที่จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด จักดับไปแต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้ จักดับไป และอกุศลธรรมก็จักดับไป

ข้อ ๒๒๙

ยตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯเปฯ

กุศลธรรมในภูมิใด จักดับไป ฯลฯ

ข้อ ๒๓๐

ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป อกุศล- *ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไป แต่อกุศล-*ธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ จักดับไป และอกุศลธรรมก็จักดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไป ถูกแล้ว

ข้อ ๒๓๑

ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป อัพยา- *กตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กุศล-*ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไป ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นคือพระอรหันต์ และอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ จักดับไป และกุศลธรรมก็จักดับไป

ข้อ ๒๓๒

ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ

อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป อัพยากต- *ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป อกุศล-*ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใดและอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ผู้มีขันธ์ ๕ จักดับไป และอกุศลธรรมก็จักดับไป

ข้อ ๒๓๓

ยสฺส กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป อกุศลธรรมของ สัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้นจักไม่ดับไป ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ผู้เป็นพระอรหันต์จักไม่ดับไป และกุศลธรรมก็จักไม่ดับไป

ข้อ ๒๓๔

ยสฺส กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ เตสํ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ผู้เป็นพระอรหันต์ จักไม่ดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไป และอัพยากต-*ธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป ถูกแล้ว

ข้อ ๒๓๕

ยสฺส อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ

อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด จักไม่ดับไปแต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตอกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไป และอัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป ถูกแล้ว

ข้อ ๒๓๖

ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯเปฯ

กุศลธรรมในภูมิใด จักไม่ดับไป ฯลฯ

ข้อ ๒๓๗

ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป อกุศล- *ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กุศล-*ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไป ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกุศลธรรมก็จักไม่ดับไป

ข้อ ๒๓๘

ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เป็นพระอรหันต์ และอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไป และอัพยากตธรรม ก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไป ถูกแล้ว

ข้อ ๒๓๙

ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ------------

อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใดและอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไป และอัพยากตธรรม ก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไป ถูกแล้ว

ข้อ ๒๔๐

ยสฺส กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ กุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมดับไป อกุศลธรรม ของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมดับไป อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้วแต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไป ในภังคขณะแห่งกุศล อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น เคยดับไปแล้ว และกุศลธรรมก็ย่อมดับไป

ข้อ ๒๔๑

ยสฺส กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ กุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมดับไป อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว กุศล-*ธรรมของสัตว์นั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้วแต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งกุศลอัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น เคยดับไปแล้ว และกุศลธรรมก็ย่อมดับไป

ข้อ ๒๔๒

ยสฺส อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ อกุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ฯ

อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมดับไป อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว อกุศล-*ธรรมของสัตว์นั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งอกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น เคยดับไปแล้ว และอกุศลธรรมก็ย่อมดับไป

ข้อ ๒๔๓

ยตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ฯเปฯ

กุศลธรรมในภูมิใด ย่อมดับไป ฯลฯ

ข้อ ๒๔๔

ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ กุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป อกุศล- *ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต เคยดับไปแล้ว แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งกุศล อกุศล-*ธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว และกุศลธรรมก็ย่อมดับไป

ข้อ ๒๔๕

ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ กุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาท-*ขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต เคยดับไปแล้ว แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งกุศล อัพยา-*กตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว และกุศลธรรมก็ย่อมดับไป

ข้อ ๒๔๖

ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ อกุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ฯ

อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิต และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งอกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว และอกุศลธรรมก็ย่อมดับไป

ข้อ ๒๔๗

ยสฺส กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: นตฺถิ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป อกุศลธรรม ของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ เคยดับไปแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศล-*ธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป ไม่มี

ข้อ ๒๔๘

ยสฺส กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: นตฺถิ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศล-*ธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป ไม่มี

ข้อ ๒๔๙

ยสฺส อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: นตฺถิ ฯ

อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากต- *ธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศล-*ธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป ไม่มี

ข้อ ๒๕๐

ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ฯเปฯ

กุศลธรรมในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ฯลฯ

ข้อ ๒๕๑

ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: อามนฺตา ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ย่อมไม่ดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และอกุศลธรรมก็ไม่เคยดับไปแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ถูกแล้ว

ข้อ ๒๕๒

ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: อามนฺตา ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าถึงชั้นสุทธาวาส ย่อมไม่ดับไป และอัพยากต-*ธรรมก็ไม่เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ถูกแล้ว

ข้อ ๒๕๓

ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: อามนฺตา ฯ --------------

อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาท-*ขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิต และอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไปแต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าถึงชั้นสุทธาวาส ย่อมไม่ดับไป และอัพยากตธรรม ก็ไม่เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้วอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ถูกแล้ว

ข้อ ๒๕๔

ยสฺส กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อิตเรสํ กุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ กุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมดับไป อกุศลธรรมของสัตว์ นั้น จักดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์นอกนี้ ย่อมดับไป ในภังคขณะแห่งกุศล และอกุศลธรรมก็จักดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมดับไป อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งกุศล อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไป และกุศลธรรมก็ย่อมดับไป

ข้อ ๒๕๕

ยสฺส กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ กุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของ สัตว์นั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไป และกุศลธรรมก็ย่อมดับไป

ข้อ ๒๕๖

ยสฺส อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ อกุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ฯ

อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมดับไป อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งอกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไป และอกุศลธรรมก็ย่อมดับไป

ข้อ ๒๕๗

ยตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ฯเปฯ

กุศลธรรม ในภูมิใด ย่อมดับไป ฯลฯ

ข้อ ๒๕๘

ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อิตเรสํ กุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ กุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป อกุศล ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นย่อมดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ย่อมดับไป ในภังคขณะแห่งกุศล และอกุศลธรรม ก็จักดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งกุศล อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไป และกุศลธรรม ก็ย่อมดับไป

ข้อ ๒๕๙

ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ กุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป อัพยากต ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาท-*ขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต และอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งกุศลอัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไป และกุศลธรรมก็ย่อมดับไป

ข้อ ๒๖๐

ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ อกุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ฯ

อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือ อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาท-*ขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต จักดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งอกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไป และอกุศลธรรมก็ย่อมดับไป

ข้อ ๒๖๑

ยสฺส กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺต- จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ {๒๖๑.๑} ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป อกุศลธรรมของ สัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ย่อมไม่ดับไป และอกุศลธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปสัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นอกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรคผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น จักไม่ดับไป และกุศลธรรมก็ย่อมไม่ดับไป

ข้อ ๒๖๒

ยสฺส กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: อามนฺตา ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไปแต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไป และอัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป ถูกแล้ว

ข้อ ๒๖๓

ยสฺส อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: อามนฺตา ฯ

อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตในภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไปแต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตอกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไป และอัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป ถูกแล้ว

ข้อ ๒๖๔

ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ฯเปฯ

กุศลธรรมในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ฯลฯ

ข้อ ๒๖๕

ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ {๒๖๕.๑} ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป อกุศล ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ย่อมไม่ดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ย่อมไม่ดับไป และอกุศลธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กุศล-*ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใจ ในภังคขณะแห่งจิตนั้น อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด และอสัญญสัตว์จักไม่ดับไป และกุศลธรรมก็ย่อมไม่ดับไป

ข้อ ๒๖๖

ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: อามนฺตา ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากต- *ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งปวง ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป และอัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กุศล-*ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ถูกแล้ว

ข้อ ๒๖๗

ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: อามนฺตา ฯ -------------

อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิต และอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป และอัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ถูกแล้ว

ข้อ ๒๖๘

ยสฺส กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อิตเรสํ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของ สัตว์นั้น จักดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ และผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด เคยดับไปแล้วแต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้ เคยดับไปแล้ว และอกุศลธรรมก็จักดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้ว ถูกแล้ว

ข้อ ๒๖๙

ยสฺส กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อิตเรสํ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น เคยดับไปแล้วแต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้ เคยดับไปแล้ว และอัพยากตธรรมก็จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้นเคยดับไปแล้ว ถูกแล้ว

ข้อ ๒๗๐

ยสฺส อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อิตเรสํ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

อกุศลธรรมของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น เคยดับไปแล้วแต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้ เคยดับไปแล้ว และอัพยากตธรรมก็จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้ว ถูกแล้ว

ข้อ ๒๗๑

ยตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ฯเปฯ

กุศลธรรมในภูมิใด เคยดับไปแล้ว ฯลฯ

ข้อ ๒๗๒

ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว อกุศล ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด เคยดับไปแล้ว แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ เคยดับไปแล้ว และอกุศลธรรมก็จักดับไป หรือว่า อกุศลธรรมสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์๔ ผู้มีขันธ์ ๕ จักดับไป และอกุศลธรรมก็เคยดับไปแล้ว

ข้อ ๒๗๓

ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕เคยดับไปแล้ว และอัพยากตธรรมก็จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาสในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ ก็จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ จักดับไป และกุศลธรรมก็เคยดับไปแล้ว

ข้อ ๒๗๔

ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕เคยดับไปแล้ว และอัพยากตธรรมก็จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาสในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ จักดับไป และอกุศลธรรมก็เคยดับไปแล้ว

ข้อ ๒๗๕

ยสฺส กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรม ของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ ไม่มี หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้ว เคยดับไปแล้ว

ข้อ ๒๗๖

ยสฺส กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับแล้ว อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ ไม่มี หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้ว เคยดับไปแล้ว

ข้อ ๒๗๗

ยสฺส อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

อกุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว อัพยากต- *ธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ ไม่มี หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้ว เคยดับไปแล้ว

ข้อ ๒๗๘

ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ฯเปฯ

กุศลธรรมในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ฯลฯ

ข้อ ๒๗๙

ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เป็นอสัญญสัตว์ไม่เคยดับไปแล้ว และอกุศลธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด จักไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกุศลธรรมก็ไม่เคยดับไปแล้ว

ข้อ ๒๘๐

ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ

กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว เคยดับไปแล้ว

ข้อ ๒๘๑

ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ นิโรธวารํ นิฏฺฐิตํ ฯ

อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว เคยดับไปแล้ว นิโรธวาร จบ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/