๑. ปัจจุปปันนวาร : สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม เป็นต้น ...
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุโลมบุคคล
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศล ของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๒๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยา-กฤตของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็น กุศลของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุโลมโอกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๒๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตกำลังดับ แต่ สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตกำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตกำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตกำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังเกิดอนุโลมปุคคโลกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรมที่ เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๒๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ไม่ใช่ ปัจจนีกบุคคล
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของ บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาท-ขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศล ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศล ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล สภาวธรรม ที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๓๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศลในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศลในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศลในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยา- กฤตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิดบุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศลในปวัตติกาลในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยา-กฤตของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๓๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. กำลังดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. กำลังดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปัจจนีกปุคคโลกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของ บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่ไม่กำลังดับในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศล ในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๓๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สภาว- ธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิดในภังคขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศล ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศลบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล สภาวธรรม ที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศลในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศลในอรูปภูมิสภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สภาว-ธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิดบุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากกุศลในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๓๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๒. อตีตวาร วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยา-กฤตมิใช่ไม่กำลังดับ บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศลในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศลในอรูปภูมิสภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่กำลังดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ สภาว-ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศลใน ปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศลในอรูปภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด ๒. อตีตวาร อนุโลมบุคคล
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๓๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็น กุศลของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุโลมโอกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเคยดับ แต่ สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่เคยเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็เคยเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๓๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๒. อตีตวาร
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่เคยเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็เคยเกิดอนุโลมปุคคโลกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตที่เป็นอกุศลดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็เคยเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๓๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๒. อตีตวาร เคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็เคยเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาว-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็เคยเกิด ปัจจนีกบุคคล
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับมีไหม วิ. ไม่มี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๓๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปัจจนีกโอกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๓๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปัจจนีกปุคคโลกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เมื่อจิตที่เป็นอกุศลดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็น ไปอยู่ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่เคยดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่เคยดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๓๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาว-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่เคยดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ๓. อนาคตวาร อนุโลมบุคคล
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาว-ธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักดับบุคคลนอกนี้ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๔๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล สภาวธรรม ที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็จักเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค และอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักเกิด อนุโลมโอกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๔๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตจักดับ แต่ สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่จักเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตจักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็จักเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตจักดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักเกิดอนุโลมปุคคโลกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาว-ธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๔๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้ อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็จักเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สภาว-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค และอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักเกิด ปัจจนีกบุคคล
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๔๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาว-ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่จักเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่ดับในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค และอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัจจนีกโอกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๔๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปัจจนีกปุคคโลกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาว-ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคลและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่จักเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๔๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคลและบุคคลผู้อุบัติ อยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดแต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาว-ธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สภาว-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค และอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิสภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาว-ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุโลมบุคคล
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๔๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาว-ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิดในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยา-กฤตของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิดในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาว-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๔๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร อนุโลมโอกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๔๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาว-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดเคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังเกิดปัจจนีกบุคคล
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๔๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. เคยดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดมีไหม วิ. ไม่มี ปัจจนีกโอกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่ไม่เคยดับ เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติในสุทธา-วาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่เคยดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๕๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร นั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่เคยดับ บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่เคยดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิดสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่ไม่เคยดับบุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่เคยดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุโลมบุคคล
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดแต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักดับ ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนอกนี้ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักดับ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๕๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาว-ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิดในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิดในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาว-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๕๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร อนุโลมโอกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม ฯลฯ อนุโลมปุคคโลกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ แห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักดับ ในอุปปาทขณะแห่งสภาว-ธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนอกนี้ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๕๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่ใช่กำลังเกิดในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็กำลังเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด สภาว-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่กำลังเกิด ในอุปปาทขณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นอกุศล สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็กำลังเกิด ปัจจนีกบุคคล
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่ เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่จักไม่ดับในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๕๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ แห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นสภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากอกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาว-ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๕๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร ปัจจนีกโอกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคลบุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตต-มรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต จากกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๕๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร นั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิดสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุตจากอกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ๖. อตีตานาคตวาร อนุโลมบุคคล
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค และอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักดับ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๕๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดแต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุโลมโอกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศล ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๕๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร อนุโลมปุคคโลกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรม ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค และอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่เคยเกิดบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็เคยเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็เคยเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๕๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็เคยเกิด ปัจจนีกบุคคล
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๖๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๒. ปวัตติวาร ๓. อุปปาทนิโรธวาร ๖. อตีตานาคตวาร
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับมีไหม วิ. ไม่มี ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด ปัจจนีกโอกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม ฯลฯ ปัจจนีกปุคคโลกาส
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาว- ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค และอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่เคยเกิด อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. จักดับ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๑๖๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๙. ธัมมยมก] ๓. ภาวนาวาร ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาว-ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม วิ. จักดับ ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม วิ. เคยเกิด อุปปาทนิโรธวาร จบ ปวัตติวาร จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๙ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ อุปปาทนิโรธวาร
ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: โน ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมเกิด อกุศลธรรมของ สัตว์นั้น จักดับหรือ หามิได้ หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมดับ กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมเกิด หามิได้
ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: โน ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมเกิด อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น ย่อมดับหรือ หามิได้ หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ย่อมดับ กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมเกิด หามิได้
ยสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: โน ฯ
อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมเกิด อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น ย่อมดับหรือ หามิได้ หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ย่อมดับ อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมเกิด หามิได้
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมย่อมเกิดในภูมิใด อกุศลธรรมย่อมดับ ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมย่อมดับในภูมิใด กุศลธรรมย่อมเกิดในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ โน จ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด อัพยากตธรรม ย่อมดับไปในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมย่อมดับในภูมิใด กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น อัพยากตธรรมย่อมดับในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมในภูมินั้น ซึ่งเป็นจตุโวการภูมิปัญจโวการภูมิ ย่อมดับไป และกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ โน จ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
อกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด อัพยากตธรรม ย่อมดับไปในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมย่อมดับไปในภูมิใด อกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น อัพยากตธรรมย่อมดับไปในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่อกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมย่อมดับไปในภูมินั้น ซึ่งเป็นจตุโวการ-*ภูมิ ปัญจโวการภูมิ และอกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: โน ฯ
กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อกุศล- *ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ หามิได้ หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป กุศล-*ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น หามิได้
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: โน ฯ
กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยากต-*ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ หามิได้ หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น หามิได้
ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺตีติ: โน ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: โน ฯ
อกุศลธรรมย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด อัพยา- *กตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ หามิได้ หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น หามิได้
ยสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: อกุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่เกิดขึ้น อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งอกุศล กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่เกิดขึ้นแต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่เกิดขึ้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศล-*วิปปยุตตจิต ในภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต และอกุศลธรรมย่อมไม่ดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศล อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปแต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป ในภังคขณะแห่งอกุศล-*วิปปยุตตจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต และกุศลธรรม ก็ย่อมไม่เกิดขึ้น
ยสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป กุสลากุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป กุสลากุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่เกิดขึ้น อัพยากต- *ธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งปวงที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมไม่เกิดขึ้น แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศลและอกุศล ย่อมไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็ย่อมไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปแต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิตในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศลและอกุศล ย่อมไม่ดับไปและกุศลธรรมก็ย่อมไม่ดับไป
ยสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป กุสลากุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อกุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป กุสลากุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่เกิดขึ้น อัพยากต- *ธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งปวงที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศลและอกุศลและอัพยากตธรรมก็ย่อมไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ในอุปปาทขณะแห่งอกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้น ในอุปปาทขณะแห่งอกุศล-*วิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศลและอกุศล ย่อมไม่ดับไป และอกุศลธรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้น
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อกุศลธรรมย่อม ไม่ดับไปในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมย่อมไม่ดับไปในภูมิใด กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: นิรุชฺฌนฺติ ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: นตฺถิ ฯ
กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อัพยากตธรรม ย่อมไม่ดับไปในภูมินั้นหรือ ย่อมดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมย่อมไม่ดับไปในภูมิใด กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ไม่มี
ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: นิรุชฺฌนฺติ ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: นตฺถิ ฯ
อกุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด อัพยากตธรรม ย่อมไม่ดับไปในภูมินั้นหรือ ย่อมดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมย่อมไม่ดับไปในภูมิใด อกุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น ไม่มี
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: อกุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่เกิดขึ้น อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งอกุศล กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป ก็หาไม่ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ในภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิต กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่เกิดขึ้น และอกุศล-*ธรรมก็ย่อมไม่ดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศล อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งอกุศลวิปปยุตตจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิตอกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไปและกุศลธรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้น
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป กุสลากุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป กุสลากุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่เกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งปวงที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมไม่เกิดขึ้น แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิตในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศลและอกุศล ย่อมไม่เกิดขึ้นและอัพยากตธรรม ก็ย่อมไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ในอุปปาทขณะแห่งกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้นก็หาไม่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศลและอกุศล ย่อมไม่ดับไป และกุศลธรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้น
ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺตีติ: สพฺเพสํ จวนฺตานํ ปวตฺเต จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป กุสลากุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อกุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ปวตฺเต อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อรูเป กุสลากุสลานํ ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯ ------------
อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่เกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังจุติอยู่ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมไม่เกิดขึ้น แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิตในปวัตติกาล ย่อมไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็ย่อมไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ในอุปปาทขณะแห่งอกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้นก็หาไม่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต ในปวัตติกาล ในอรูปภูมิ ในภังคขณะแห่งกุศลและอกุศล ย่อมไม่ดับไป และอกุศลธรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้น
ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด เคยเกิดขึ้นแล้ว อกุศลธรรม ของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว ถูกแล้ว
ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว ถูกแล้ว
ยสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
อกุศลธรรมของสัตว์ใด เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากต ธรรมของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว ถูกแล้ว
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมิใด อกุศลธรรม เคยดับไปแล้ว ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมเคยดับไปแล้ว ในภูมิใด กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมิใด อัพยากตธรรม เคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมเคยดับไปแล้ว ในภูมิใด กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมินั้น อัพยากตธรรมในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ เคยดับไปแล้วแต่กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมินั้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมในภูมินั้น ซึ่งเป็นจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ เคยดับไปแล้ว และกุศลธรรมก็เคยเกิดขึ้นแล้ว
ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมิใด อัพยากตธรรม เคยดับไปแล้ว ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมเคยดับไปแล้ว ในภูมิใด อกุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมินั้น อัพยากตธรรมในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ เคยดับไปแล้วแต่อกุศลธรรม ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ อัพยากตธรรมในภูมินั้นซึ่งเป็นจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ เคยดับไปแล้ว และอกุศลธรรมก็เคยเกิดขึ้นแล้ว
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย อกุสเล จิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยเกิดขึ้นแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่ออกุศลจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ เคยดับไปแล้ว และกุศลธรรมก็เคยเกิดขึ้นแล้ว
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาสในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ เคยดับไปแล้วและกุศลธรรมก็เคยเกิดขึ้นแล้ว
ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาสในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ เคยดับไปแล้วและอกุศลธรรมก็เคยเกิดขึ้นแล้ว
ยสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว กุศลธรรม ของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ ไม่มี หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ไม่มี
ยสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใดไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ ไม่มี หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ไม่มี
ยสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ
อกุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ ไม่มี หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ไม่มี
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมิใด อกุศลธรรมไม่ เคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมิใด กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ
กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมิใด อัพยากตธรรมไม่เคยดับไปแล้ว ในภูมินั้นหรือ เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรม ไม่เคยดับไปแล้ว ในภูมิใด กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมินั้น ไม่มี
ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: นตฺถิ ฯ
อกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมิใด อัพยากตธรรมไม่เคยดับไปแล้ว ในภูมินั้นหรือ เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรม ไม่เคยดับไปแล้ว ในภูมิใด อกุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมินั้น ไม่มี
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย อกุสเล จิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่ออกุศลจิตดวงที่ ๒ เป็นไปอยู่ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ที่กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส และอสัญญสัตว์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและอกุศลธรรมก็ไม่เคยดับไปแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ? กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ที่กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และอัพยากตธรรม ก็ไม่เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ --------------
อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยเกิดขึ้น แล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว หรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ที่กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และอัพยากตธรรมก็ไม่เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ถูกแล้ว
ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อิตเรสํ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด จักเกิดขึ้น อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักเกิดขึ้น แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ จักเกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็จักดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น จักเกิดขึ้น ถูกแล้ว
ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อิตเรสํ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด จักเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์ นั้นจักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น จักเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และพระอรหันต์ จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นจักเกิดขึ้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ จักดับไป และกุศลธรรมก็จักเกิดขึ้น
ยสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อิตเรสํ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ
อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของ สัตว์นั้นจักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใดจักดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักเกิดไปก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ จักดับไป และอกุศลธรรมก็จักเกิดขึ้น
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมจักเกิดขึ้น ในภูมิใด อกุศลธรรมจักดับไป ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมจักไม่ดับ ในภูมิใด กุศลธรรมจักเกิดขึ้นในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ
กุศลธรรมจักเกิดขึ้นในภูมิใด อัพยากตธรรมจักดับไป ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมจักดับไป ในภูมิใด กุศลธรรมจักเกิดขึ้นในภูมินั้น อัพยากตธรรมจักดับไป ในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่อกุศลธรรมในภูมินั้นจักเกิดขึ้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมในภูมินั้น ซึ่งเป็นจตุโวการภูมิปัญจโวการภูมิ จักดับไป และกุศลธรรมก็จักเกิดขึ้น
ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ
อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นในภูมิใด อัพยากตธรรมจักดับไป ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมจักดับไป ในภูมิใด อกุศลธรรมจักเกิดขึ้นในภูมินั้น อัพยากตธรรมในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่อกุศลธรรมในภูมินั้น จักเกิดขึ้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมในภูมินั้น ซึ่งเป็นจตุโวการภูมิปัญจโวการภูมิ จักดับไป และอกุศลธรรมก็จักเกิดขึ้น
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักเกิดขึ้น อกุศลธรรม ของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักเกิดขึ้น แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ จักเกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็จักดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กุศล-*ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักเกิดขึ้น ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักเกิดขึ้น อัพยากต- *ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค พระอรหันต์ และอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักเกิดขึ้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ และกุศลธรรมก็จักเกิดขึ้น
ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ
อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักเกิดขึ้น อัพยากต- *ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค พระอรหันต์ ผู้ที่จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใดและอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นจักเกิดขึ้นก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีขันธ์ ๔ผู้มีขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และอกุศลธรรม ก็จักเกิดขึ้น
ยสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่เกิดขึ้น อกุศลธรรม ของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น จักไม่เกิดขึ้น สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคจักไม่ดับไป และอกุศลธรรมก็จักไม่เกิดขึ้น
ยสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ เตสํ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่เกิดขึ้น อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคและพระอรหันต์ จักไม่เกิดขึ้น แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่เกิดขึ้นและอัพยากตธรรม ก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น จักไม่เกิดขึ้น ถูกแล้ว
ยสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่เกิดขึ้น อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด จักไม่เกิดขึ้นแต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น จักไม่เกิดขึ้น ถูกแล้ว
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้น ในภูมิใด อกุศลธรรม จักไม่ดับไป ในภูมินั้นหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมจักไม่ดับไป ในภูมิใด กุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้น ในภูมินั้น ถูกแล้ว
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: นตฺถิ ฯ
กุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้น ในภูมิใด อัพยากตธรรม จักไม่ดับไป ในภูมินั้นหรือ จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมจักไม่ดับไป ในภูมิใด กุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้น ในภูมินั้น ไม่มี
ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยตฺถ วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: นตฺถิ ฯ
อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้น ในภูมิใด อัพยากตธรรม จักไม่ดับไป ในภูมินั้นหรือ จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมจักไม่ดับไป ในภูมิใด อกุศลธรรมจักไม่เกิดขึ้น ในภูมินั้น ไม่มี
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่เกิดขึ้น อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่เกิดขึ้น สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค พระอรหันต์ และอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกุศลธรรมก็จักไม่เกิดขึ้น
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่เกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค พระอรหันต์ และอสัญญสัตว์ จักไม่เกิดขึ้น แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรม ก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่เกิดขึ้น ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ --------------
อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่เกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค พระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใดและอสัญญสัตว์ จักไม่เกิดขึ้น แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่เกิดขึ้น ถูกแล้ว
ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมเกิดขึ้น อกุศลธรรม ของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมเกิดขึ้น อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้วแต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลอกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น เคยดับไปแล้ว และกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้วแต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลอัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น เคยดับไปแล้ว และกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
ยสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว อกุศล-*ธรรมของสัตว์นั้น ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้วแต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลอัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น เคยดับไปแล้ว และอกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯเปฯ
กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้น ในภูมิใด ฯลฯ
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมเกิดขึ้น อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต เคยดับไปแล้ว แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศล อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว และกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้นเคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่กุศล-*ธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลอัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว และกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยดับไปแล้วอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้นก็หาไม่ในอุปปาทขณะแห่งอกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้ว และอกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
ยสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: นตฺถิ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่เกิด อกุศลธรรม ของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ เคยดับไปแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ไม่มี
ยสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: นตฺถิ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่เกิดขึ้น อัพยากต- *ธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศล-*ธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ไม่มี
ยสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: นตฺถิ ฯ
อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่เกิดขึ้น อัพยากต- *ธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศล-*ธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ไม่มี
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯเปฯ
กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น ในภูมิใด ฯลฯ
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่เกิดขึ้น อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่เกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็ไม่เคยดับไปแล้ว หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้วกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่เกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ย่อมไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็ไม่เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว กุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถาติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ สุทฺธาวาสํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อามนฺตา ฯ --------------
อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่เกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ อกุศล-*ธรรมของสัตว์เหล่านั้น ผู้กำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ย่อมไม่เกิดขึ้น และอัพยากต-*ธรรม ก็ไม่เคยดับไปแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ถูกแล้ว
ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อิตเรสํ กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมเกิดขึ้น อกุศลธรรม ของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นย่อมเกิดขึ้น แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศล กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ ย่อมเกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็จักดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมเกิดขึ้น อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลอกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นจักดับไป และกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ จักดับไปแต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศลอัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไป และกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
ยสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ จักดับไปแต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลอัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้นจักดับไป และอกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯเปฯ
กุศลธรรมย่อมเกิดขึ้น ในภูมิใด ฯลฯ
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อิตเรสํ กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมเกิดขึ้น อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศล กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นนอกนี้ ย่อมเกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็จักดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กุศล-*ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศล อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไป และกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ จักดับไปแต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไป และกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ กุสลานํ อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ถูกแล้ว หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ จักดับไปแต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้นก็หาไม่ ในอุปปาทขณะแห่งกุศล อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไป และอกุศลธรรมก็ย่อมเกิดขึ้น
ยสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ {๓๕๗.๑} ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่เกิดขึ้น อกุศลธรรม ของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค พระอรหันต์ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ย่อมไม่เกิดขึ้น และอกุศลธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค พระอรหันต์ ผู้ที่จักได้เฉพาะซึ่งพระอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น จักไม่ดับไปและกุศลธรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้น
ยสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่เกิดขึ้น อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ย่อมไม่เกิดขึ้นแต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิม-*จิต กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ถูกแล้ว
ยสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อกุสล- วิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ นิโรธสมาปนฺนานํ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
อกุศลธรรมของสัตว์ใด ย่อมไม่เกิดขึ้น อัพยากต- *ธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต ผู้เข้านิโรธ และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตอกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ถูกแล้ว
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯเปฯ
กุศลธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น ในภูมิใด ฯลฯ
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อคฺคมคฺคสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อคฺคมคฺคสฺส ภงฺคกฺขเณ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่เกิดขึ้น อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต ย่อมไม่เกิดขึ้น แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค พระอรหันต์ ผู้ที่จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่เกิดขึ้นและอกุศลธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรคพระอรหันต์ ผู้ที่จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกุศลธรรมก็ย่อมไม่เกิดขึ้น
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ กุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่เกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งกุศลวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่เกิดขึ้น แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น และอัพยากต-*ธรรม ก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กุศล-*ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ถูกแล้ว
ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: สพฺเพสํ จิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ อกุสลวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ อพฺยากตา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺตีติ: อามนฺตา ฯ -------------
อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่เกิดขึ้น อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอกุศลวิปปยุตจิต และอสัญญสัตว์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตอกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น และอัพยากตธรรมก็จักไม่ดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น ถูกแล้ว
ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อิตเรสํ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด เคยเกิดขึ้นแล้ว อกุศลธรรม ของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคพระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด เคยเกิดขึ้นแล้วแต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้ เคยเกิดขึ้นแล้ว และอกุศลธรรมก็จักดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว ถูกแล้ว
ยสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อิตเรสํ เตสํ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น เคยเกิดขึ้นแล้วแต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้ เคยเกิดขึ้นแล้ว และอัพยากตธรรม ก็จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว ถูกแล้ว
ยสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อิตเรสํ เตสํ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ
อกุศลธรรมของสัตว์ใด เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรม ของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น เคยเกิดขึ้นแล้วแต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้ เคยเกิดขึ้นแล้ว และอัพยากตธรรมก็จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว ถูกแล้ว
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ฯเปฯ
กุศลธรรมเคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมิใด ฯลฯ
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยเกิดขึ้นแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค พระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ เคยเกิดขึ้นแล้ว และอกุศลธรรมก็จักดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กุศล-*ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ จักดับไป และกุศลธรรมก็เคยเกิดขึ้นแล้ว
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นเคยเกิดขึ้นแล้ว แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕เคยเกิดขึ้นแล้ว และอัพยากตธรรมก็จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กุศล-*ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์ จักดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ จักดับไป และกุศลธรรมก็เคยเกิดขึ้นแล้ว
ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: ปจฺฉิมจิตฺตสฺส ภงฺคกฺขเณ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อพฺยากตา จ ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อกุสลา จ ธมฺมา อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ เคยเกิดขึ้นแล้ว และอัพยากตธรรมก็จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ และอสัญญสัตว์จักดับไป แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่ อัพยากตธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นคือสัตว์นอกนี้ ผู้มีขันธ์ ๔ ผู้มีขันธ์ ๕ จักดับไป และอกุศลธรรมก็เคยเกิดขึ้นแล้ว
ยสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว อกุศลธรรม ของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ ไม่มี หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว เคยเกิดขึ้นแล้ว
ยสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากต- *ธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ ไม่มี หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กุศลธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว เคยเกิดขึ้นแล้ว
ยสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: นตฺถิ ฯ ยสฺส วา ปน อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
อกุศลธรรมของสัตว์ใด ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากต- *ธรรมของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ ไม่มี หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด จักไม่ดับไป อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว เคยเกิดขึ้นแล้ว
ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯเปฯ
กุศลธรรมไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว ในภูมิใด ฯลฯ
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อคฺคมคฺคสมงฺคีนํ อรหนฺตานํ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อคฺคมคฺคํ ปฏิลภิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ โน จ เตสํ ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ อกุสลา จ ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ กุสลา จ ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส ในเมื่อทุติยจิตเป็นไปอยู่ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออสัญญสัตว์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และอกุศลธรรม ก็จักไม่ดับไป หรือว่า อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป กุศล-*ธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว อกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น คือผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค พระอรหันต์ ผู้จักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใดจักไม่ดับไป แต่กุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วก็หาไม่อกุศลธรรมของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คืออสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และกุศลธรรมก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
ยสฺส ยตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ กุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ
กุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว เคยเกิดขึ้นแล้ว
ยสฺส ยตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ: นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อพฺยากตา ธมฺมา น นิรุชฺฌิสฺสนฺติ ตสฺส ตตฺถ อกุสลา ธมฺมา น อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ อุปฺปาทนิโรธวาโร ฯ ปวตฺติวาโร ฯ ----------
อกุศลธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว อัพยากตธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ จักดับไป หรือว่า อัพยากตธรรมของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไปอกุศลธรรมของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว เคยเกิดขึ้นแล้ว อุปปาทนิโรธวาร จบ ปวัตติวาร จบ