ปัจจนียนัย
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๔๐๑อกุสลํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อกุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ สํสฏฺโฐ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ อพฺยากตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อพฺยากโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ วิปากาพฺยากตํ กิริยาพฺยากตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ตโย ขนฺเธ สํสฏฺโฐ เอโก ขนฺโธ เทฺว ขนฺเธ สํสฏฺฐา เทฺว ขนฺธา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ วิปากาพฺยากตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ตโย ขนฺเธ สํสฏฺโฐ เอโก ขนฺโธ เทฺว ขนฺเธ สํสฏฺฐา เทฺว ขนฺธา ฯ
๔๐๒กุสลํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา ... นปุเรชาตปจฺจยา อารุปฺเป กุสลํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ สํสฏฺฐา เทฺว ขนฺธา ฯ
๔๐๓อกุสลํ ธมฺมํ ฯเปฯ อพฺยากตํ ธมฺมํ ฯเปฯ กุสลํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปจฺฉาชาตปจฺจยา ... ตีณิ ฯ ... นอาเสวนปจฺจยา ... ตีณิ ฯ
๔๐๔กุสลํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา กุสเล ขนฺเธ สํสฏฺฐา กุสลา เจตนา ฯ อกุสลํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อกุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา อกุสเล ขนฺเธ สํสฏฺฐา อกุสลา เจตนา ฯ อพฺยากตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อพฺยากโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา กิริยาพฺยากเต ขนฺเธ สํสฏฺฐา กิริยาพฺยากตา เจตนา ฯ
๔๐๕กุสลํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ ฯเปฯ อกุสลํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ ฯเปฯ อพฺยากตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อพฺยากโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา กิริยาพฺยากตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ฯ สํสฏฺฐวาเร ปจฺจนียวิภงฺเค นกมฺเม จ นวิปาเก จ ปฏิสนฺธิ นตฺถิ อวเสเสสุ สพฺพตฺถ อตฺถิ ฯ
๔๐๖อพฺยากตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อพฺยากโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นฌานปจฺจยา ปญฺจวิญฺญาณสหคตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ สํสฏฺฐา เทฺว ขนฺธา ฯ
๔๐๗อพฺยากตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อพฺยากโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นมคฺคปจฺจยา อเหตุกํ วิปากาพฺยากตํ กิริยาพฺยากตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ สํสฏฺฐา เทฺว ขนฺธา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯ
๔๐๘กุสลํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อารุปฺเป กุสลํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ สํสฏฺฐา เทฺว ขนฺธา ฯ อกุสลํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อกุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อารุปฺเป อกุสลํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ สํสฏฺฐา เทฺว ขนฺธา ฯ อพฺยากตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อพฺยากโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อารุปฺเป วิปากาพฺยากตํ กิริยาพฺยากตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ สํสฏฺฐา เทฺว ขนฺธา ฯ นวิปฺปยุตฺเต ปฏิสนฺธิ นตฺถิ ฯ
๔๐๙นเหตุยา เทฺว นอธิปติยา ตีณิ นปุเรชาเต ตีณิ นปจฺฉาชาเต ตีณิ นอาเสวเน ตีณิ นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก ตีณิ นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ ฯ
๔๑๐นเหตุปจฺจยา นอธิปติยา เทฺว ... นปุเรชาเต เทฺว นปจฺฉาชาเต เทฺว นอาเสวเน เทฺว นกมฺเม เอกํ นวิปาเก เทฺว นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นวิปฺปยุตฺเต เทฺว ฯ
๔๑๑นเหตุปจฺจยา นอธิปติปจฺจยา นปุเรชาเต เทฺว ... นปจฺฉาชาเต เทฺว นอาเสวเน เทฺว นกมฺเม เอกํ นวิปาเก เทฺว นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นวิปฺปยุตฺเต เทฺว ฯ
๔๑๒นเหตุปจฺจยา นอธิปติปจฺจยา นปุเรชาตปจฺจยา นปจฺฉาชาเต เทฺว ... นอาเสวเน เทฺว นกมฺเม เอกํ นวิปาเก เทฺว นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นวิปฺปยุตฺเต เทฺว ฯ
๔๑๓นเหตุปจฺจยา นอธิปติปจฺจยา นปุเรชาตปจฺจยา นปจฺฉาชาตปจฺจยา นอาเสวนปจฺจยา นกมฺเม เอกํ ... นวิปาเก เทฺว นมคฺเค เอกํ นวิปฺปยุตฺเต เทฺว ฯ
๔๑๔นเหตุปจฺจยา นอธิปติปจฺจยา นปุเรชาตปจฺจยา นปจฺฉาชาตปจฺจยา นอาเสวนปจฺจยา นกมฺมปจฺจยา นวิปาเก เอกํ ... นมคฺเค เอกํ นวิปฺปยุตฺเต เอกํ ฯ
๔๑๕นเหตุปจฺจยา นอธิปติปจฺจยา นกมฺมปจฺจยา นวิปากปจฺจยา นมคฺคปจฺจยา นวิปฺปยุตฺเต เอกํ ฯ
๔๑๖นอธิปติปจฺจยา นเหตุยา เทฺว ... นปุเรชาเต ตีณิ นปจฺฉาชาเต ตีณิ นอาเสวเน ตีณิ นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก ตีณิ นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ ฯ
๔๑๗นอธิปติปจฺจยา นเหตุปจฺจยา นปุเรชาเต เทฺว ... นปจฺฉาชาเต เทฺว นอาเสวเน เทฺว นกมฺเม เอกํ นวิปาเก เทฺว นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นวิปฺปยุตฺเต เทฺว ฯ
๔๑๘นปุเรชาตปจฺจยา นเหตุยา เทฺว ... นอธิปติยา ตีณิ นปจฺฉาชาเต ตีณิ นอาเสวเน ตีณิ นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก ตีณิ นมคฺเค เอกํ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ ฯ
๔๑๙นปุเรชาตปจฺจยา นเหตุปจฺจยา นอธิปติยา เทฺว ... นปจฺฉาชาเต เทฺว นอาเสวเน เทฺว นกมฺเม เอกํ นวิปาเก เทฺว นมคฺเค เอกํ นวิปฺปยุตฺเต เทฺว ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
๔๒๐นปจฺฉาชาตปจฺจยา ... นอาเสวนปจฺจยา นเหตุยา เทฺว ... นอธิปติยา ตีณิ นปุเรชาเต ตีณิ นปจฺฉาชาเต ตีณิ นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก ตีณิ นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ ฯ
๔๒๑นอาเสวนปจฺจยา นเหตุปจฺจยา นอธิปติยา เทฺว ... นปุเรชาเต เทฺว นปจฺฉาชาเต เทฺว นกมฺเม เอกํ นวิปาเก เทฺว นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นวิปฺปยุตฺเต เทฺว ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
๔๒๒นกมฺมปจฺจยา นเหตุยา เอกํ ... นอธิปติยา ตีณิ นปุเรชาเต ตีณิ นปจฺฉาชาเต ตีณิ นอาเสวเน ตีณิ นวิปาเก ตีณิ นมคฺเค เอกํ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ ฯ
๔๒๓นกมฺมปจฺจยา นเหตุปจฺจยา นอธิปติยา เอกํ ... นปุเรชาเต เอกํ นปจฺฉาชาเต เอกํ นอาเสวเน เอกํ นวิปาเก เอกํ นมคฺเค เอกํ นวิปฺปยุตฺเต เอกํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
๔๒๔นวิปากปจฺจยา นเหตุยา เทฺว ... นอธิปติยา ตีณิ นปุเรชาเต ตีณิ นปจฺฉาชาเต ตีณิ นอาเสวเน ตีณิ นกมฺเม ตีณิ นมคฺเค เอกํ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ ฯ
๔๒๕นวิปากปจฺจยา นเหตุปจฺจยา นอธิปติปจฺจยา นปุเรชาตปจฺจยา นปจฺฉาชาตปจฺจยา นอาเสวนปจฺจยา นกมฺเม เอกํ ... นมคฺเค เอกํ นวิปฺปยุตฺเต เทฺว ฯ
๔๒๖นฌานปจฺจยา นเหตุยา เอกํ นอธิปติยา เอกํ นปจฺฉาชาเต เอกํ นอาเสวเน เอกํ นมคฺเค เอกํ ฯ
๔๒๗นฌานปจฺจยา นเหตุปจฺจยา นอธิปติปจฺจยา นปจฺฉาชาตปจฺจยา นอาเสวนปจฺจยา นมคฺเค เอกํ ฯ
๔๒๘นมคฺคปจฺจยา นเหตุยา เอกํ ... นอธิปติยา เอกํ นปุเรชาเต เอกํ นปจฺฉาชาเต เอกํ นอาเสวเน เอกํ นกมฺเม เอกํ นวิปาเก เอกํ นฌาเน เอกํ นวิปฺปยุตฺเต เอกํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
๔๒๙นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา นเหตุยา เทฺว ... นอธิปติยา ตีณิ นปุเรชาเต ตีณิ นปจฺฉาชาเต ตีณิ นอาเสวเน ตีณิ นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก ตีณิ นมคฺเค เอกํ ฯ
๔๓๐นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา นเหตุปจฺจยา นอธิปติยา เทฺว ... นปุเรชาเต เทฺว นปจฺฉาชาเต เทฺว นอาเสวเน เทฺว นกมฺเม เอกํ นวิปาเก เทฺว นมคฺเค เอกํ ฯ
๔๓๑นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา นเหตุปจฺจยา นอธิปติปจฺจยา นปุเรชาตปจฺจยา นปจฺฉาชาตปจฺจยา นอาเสวนปจฺจยา นกมฺมปจฺจยา นวิปากปจฺจยา นมคฺเค เอกํ ฯ ปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๕. สังสัฏฐวาร ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเพราะนเหตุ-ปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดระคนกับขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งเป็นอัพยากตวิบากและอัพยากตกิริยา ขันธ์ ๑ เกิดระคนกับขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากขันธ์ ๑ เกิดระคนกับขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ (๑)นอธิปติปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นกุศลเพราะนอธิปติปัจจัย เพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ฯลฯ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒นปัจฉาชาตปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอกุศล ฯลฯ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ฯลฯ สภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นกุศลเพราะนปัจฉาชาตปัจจัยมี ๓ วาระ เพราะนอาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นกุศลเพราะนกัมม- ปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นกุศลเกิดระคนกับขันธ์ที่เป็นกุศล (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๒๑๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๕. สังสัฏฐวาร สภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเพราะนกัมมปัจจัยได้แก่ เจตนาที่เป็นอกุศลเกิดระคนกับขันธ์ที่เป็นอกุศล (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นอัพยากตกิริยาเกิดระคนกับขันธ์ที่เป็นอัพยากต-กิริยา (๑) นวิปากปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นกุศล ฯลฯ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอกุศล ฯลฯ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตกิริยา (นกัมมปัจจัยและนวิปากปัจจัยในปัจจนียวิภังค์สังสัฏฐวารไม่มีปฏิสนธิ มีแต่่ในปัจจัยที่เหลือ) นฌานปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณฯลฯ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ (๑) นมัคคปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เพราะนมัคคปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งเป็นอัพยากตวิบากและอัพยากตกิริยา ฯลฯ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๒๒๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๕. สังสัฏฐวาร นวิปปยุตตปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นกุศลเพราะนวิป-ปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ฯลฯ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ (๑) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเพราะนวิปปยุตต-ปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล ฯลฯ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยา ฯลฯ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒(ไม่มีปฏิสนธิในนวิปปยุตตปัจจัย) (๑) ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
นเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๓ วาระ นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๒๒๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๕. สังสัฏฐวาร นเหตุทุกนัย
นอธิปติปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๒ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๒ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๒ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ ติกนัย นปุเรชาตปัจจัย กับนเหตุปัจจัยและนอธิปติปัจจัย มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ จตุกกนัย นปัจฉาชาตปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอธิปติปัจจัย และนปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ นอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๒ วาระ นกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๒ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๒๒๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๕. สังสัฏฐวาร นมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๒ วาระ ฯลฯ ฉักกนัย นกัมมปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอธิปติปัจจัย นปุเรชาตปัจจัย นปัจฉาชาต-ปัจจัย และนอาเสวนปัจจัย มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๒ วาระ นมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๒ วาระ สัตตกนัย นวิปากปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอธิปติปัจจัย นปุเรชาตปัจจัย นปัจฉาชาต-ปัจจัย นอาเสวนปัจจัย และนกัมมปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ นวกนัย นวิปปยุตตปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอธิปติปัจจัย ฯลฯ นกัมมปัจจัย นวิปากปัจจัย และนมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติทุกนัย
นเหตุปัจจัย กับนอธิปติปัจจัย มี ๒ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๒๒๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๕. สังสัฏฐวาร นกัมมปัจจัย กับนอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๓ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ ติกนัย นปุเรชาตปัจจัย กับนอธิปติปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ (ย่อ) นปุเรชาตทุกนัย
นเหตุปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๓ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๒๒๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๕. สังสัฏฐวาร ติกนัย นอธิปติปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ (ย่อ) นปัจฉาชาตะและนอาเสวนทุกนัย
นเหตุปัจจัย กับนปัจฉาชาตปัจจัย ฯลฯ นอาเสวนปัจจัย มี ๒ วาระ นอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ นฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ ติกนัย นอธิปติปัจจัย กับนอาเสวนปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๒๒๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๕. สังสัฏฐวาร นวิปากปัจจัย กับนอาเสวนปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ (ย่อ) นกัมมทุกนัย
นเหตุปัจจัย กับนกัมมปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๓ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ ติกนัย นอธิปติปัจจัย กับนกัมมปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ (ย่อ)นวิปากทุกนัย
นเหตุปัจจัย กับนวิปากปัจจัย มี ๒ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๒๒๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๕. สังสัฏฐวาร นปุเรชาตปัจจัย กับนวิปากปัจจัย มี ๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ สัตตกนัย นกัมมปัจจัย กับนวิปากปัจจัย นเหตุปัจจัย นอธิปติปัจจัย นปุเรชาตปัจจัยนปัจฉาชาตปัจจัย และนอาเสวนปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๒ วาระ (ย่อ) นฌานทุกนัย
นเหตุปัจจัย กับนฌานปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๑ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ ฯลฯ ฉักกนัย นมัคคปัจจัย กับนฌานปัจจัย นเหตุปัจจัย นอธิปติปัจจัย นปัจฉาชาตปัจจัยและนอาเสวนปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคทุกนัย
นเหตุปัจจัย กับนวิปากปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๑ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๒๒๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๕. สังสัฏฐวาร นปุเรชาตปัจจัย กับนวิปากปัจจัย มี ๑ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๑ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๑ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๑ วาระ นฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ (ย่อ) นวิปปยุตตทุกนัย
นเหตุปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ นอธิปติปัจจัย ” มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๓ วาระ นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ ติกนัย นอธิปติปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ นวิปากปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๒๒๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๕. สังสัฏฐวาร นวกนัย นมัคคปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัย นเหตุปัจจัย นอธิปติปัจจัย นปุเรชาตปัจจัยนปัจฉาชาตปัจจัย นอาเสวนปัจจัย นกัมมปัจจัย และนวิปากปัจจัย มี ๑ วาระปัจจนียะ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปัจจนียนัย
ก็กุศลย่อมมีไม่ได้ในปัจจนียนัย ฉะนั้น ท่านจึงทำวิสัชนาตั้งแต่อกุศลเท่านั้น เป็นต้นไป.
วิสัชนานั้นมีเนื้อความกระจ่างแล้วทั้งนั้น.
ก็คำว่า นเหตุยา เทฺว ในนเหตุปัจจัยมี ๒ วาระ เป็นอาทินั้นใด อันท่านกล่าวไว้เพื่อการกำหนดวิสัชนาในปัจจนียนัยโดยการคำนวณในคำนั้นมีการกำหนด (ปริเฉท) ๓ อย่าง คือ เทฺว ๒, ตีณิ ๓, เอกํ ๑. บัณฑิตพึงทราบการคำนวณเพราะการเทียบเคียงปัจจัยในทุกติกะเป็นต้น ด้วยอำนาจแห่งปริเฉทเหล่านั้น.
แม้ในอธิการนี้ก็ย่อมได้เฉพาะวิสัชนาที่มีการคำนวณได้น้อยกว่า เพราะเทียบเคียงปัจจัยที่คำนวณได้มากกว่ากับปัจจัยที่คำนวณได้น้อยกว่า. ย่อมได้วิสัชนาที่มีจำนวนเท่ากัน เพราะเทียบเคียงกับปัจจัยที่คำนวณได้เท่ากัน.
ก็เพราะในวาระนี้มีอรูปธรรมเท่านั้นเป็นปัจจยุบบัน ฉะนั้น ท่านจึงแสดงปัจจัย ๑๐ คือ นเหตุปัจจัย นอธิปติปัจจัย นปุเรชาตปัจจัย นปัจฉาชาตปัจจัย นอาเสวนาปัจจัย นกัมมมปัจจัย นวิปากปัจจัย นฌานปัจจัย นมัคคปัจจัยและนวิปปยุตตปัจจัย โดยความเป็นปัจจนิก.
ปัจจัยที่เหลือ ๑๔ ย่อมมีไม่ได้. แม้ในบรรดาปัจจัยที่มีได้เหล่านั้น นกัมมปัจจัยและนวิปากปัจจัยย่อมไม่ได้ปัจจยุบบันที่เป็นวิบาก.
คำว่า นเหตุปจฺจยา นอธิปติยา เทฺว เพราะนเหตุปัจจัย ในนอธิปติปัจจัยมี ๒ วาระ คือวิสัชนา ๒ ที่ได้ในนเหตุปัจจัย. แม้ในหมวด ๒ แห่งวิสัชนาที่เหลือก็นัยนี้เหมือนกัน.
สองบทว่า นกมฺเม เอกํ ในนกัมมปัจจัยมี ๑ วาระ คืออัพยากตะกับอัพยากตะ เพราะจัดอเหตุกกิริยาเจตนาให้เป็นปัจจยุบบัน.
สองบทว่า น วิปาเก เทฺว ความว่า วิสัชนา ๒ ด้วยอำนาจอเหตุกโมหะและอเหตุกกิริยา.
สองบทว่า นฌาเน เอกํ พึงทราบว่า เป็นอัพยากตะวิสัชนา ด้วยอำนาจอเหตุกปัญจวิญญาณ.
สองบทว่า นมคฺเค เอกํ พึงทราบอัพยากตะวิสัชนาด้วยอำนาจอเหตุกวิบากและกิริยา.
ผู้ศึกษาพึงทราบเนื้อความในการเทียบเคียงปัจจัยทั้งปวงโดยอุบายนี้แล.
อรรถกถาปัจจนียนัย จบ. -----------------------------------------------------