๙. ผัสสายตนสูตร ที่ ๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค ผัสสายตนสูตรที่ ๑
โย หิ โกจิ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ อวุสิตนฺเตน พฺรหฺมจริยํ อารกา โส อิมสฺมา ธมฺมวินยาติ ฯ เอวํ วุตฺเต อญฺญตโร ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ เอตฺถาหํ ภนฺเต อนสฺสาสํ อหํ หิ ภนฺเต ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ นปฺปชานามีติ ฯ {๘๕.๑} ตํ กึ มญฺญสิ ภิกฺขุ จกฺขุํ เอตํ มม เอโสหมสฺมิ เอโส เม อตฺตาติ สมนุปสฺสสีติ ฯ โน เหตํ ภนฺเต ฯ สาธุ ภิกฺขุ เอตฺถ จ เต ภิกฺขุ จกฺขุํ เนตํ มม เนโสหมสฺมิ น เมโส อตฺตาติ เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย สุทิฏฺฐํ ภวิสฺสติ เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺส ฯเปฯ ชิวฺหํ เอตํ มม เอโสหมสฺมิ เอโส เม อตฺตาติ สมนุปสฺสสีติ ฯ โน เหตํ ภนฺเต ฯ สาธุ ภิกฺขุ เอตฺถ จ เต ภิกฺขุ ชิวฺหํ เนตํ มม เนโสหมสฺมิ น เมโส อตฺตาติ เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย สุทิฏฺฐํ ภวิสฺสติ เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺส ฯเปฯ มนํ เอตํ มม เอโสหมสฺมิ เอโส เม อตฺตาติ สมนุปสฺสสีติ ฯ โน เหตํ ภนฺเต ฯ สาธุ ภิกฺขุ เอตฺถ จ เต ภิกฺขุ มโน เนตํ มม เนโสหมสฺมิ น เมโส อตฺตาติ เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย สุทิฏฺฐํ ภวิสฺสติ เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺสาติ ฯ นวมํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งไม่ทราบชัด ความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งผัสสายตนะ ๖ ตามความเป็นจริง พรหมจรรย์อันเธอไม่อยู่จบแล้ว เธอเป็นผู้ไกลจากธรรมวินัยนี้ เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกษุรูปหนึ่งได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เป็นผู้ฉิบหายในศาสนานี้ เพราะข้าพระองค์ไม่ทราบชัดความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งผัสสายตนะ ๖ตามความเป็นจริง ฯ พ. ดูกรภิกษุ เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เธอพิจารณาเห็นจักษุว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา ดังนี้หรือ ฯ ภิ. หามิได้ พระเจ้าข้า ฯ พ. ดีละ ภิกษุ ในข้อนี้ การที่เธอพิจารณาเห็นจักษุด้วยอาการอย่างนี้ว่านั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา ดังนี้ จักเป็นอันเธอเห็นดีแล้วด้วยปัญญาอันชอบ ตามความเป็นจริง นี้แล เป็นที่สุดแห่งทุกข์ ฯลฯ พ. เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เธอพิจารณาเห็นใจว่า นั่นของเรานั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา ดังนี้หรือ ฯ ภิ. หามิได้ พระเจ้าข้า ฯ พ. ดีละ ภิกษุ ในข้อนี้ การที่เธอพิจารณาเห็นใจว่า นั่นไม่ใช่ของเรานั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา ดังนี้ จักเป็นอันเธอเห็นดีแล้วด้วยปัญญาอันชอบ ตามความเป็นจริง นี้แล เป็นที่สุดแห่งทุกข์ ฯ จบสูตรที่ ๙
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. ปฐมฉผัสสายตนสูตร ว่าด้วยผัสสายตนะ ๖ ประการ สูตรที่ ๑
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุบางรูปไม่รู้ชัดถึงความ เกิด ความดับ คุณ โทษ และเครื่องสลัดออกจากผัสสายตนะ ๖ ประการตามความเป็นจริง เธอชื่อว่าประพฤติพรหมจรรย์ยังไม่จบ เป็นผู้ไกลจากธรรมวินัยนี้” เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกษุรูปหนึ่งได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์พินาศย่อยยับแล้วในศาสนานี้ เพราะข้าพระองค์ไม่รู้ชัดถึงความเกิด ความดับ คุณ โทษ และเครื่องสลัดออกจากผัสสายตนะ ๖ ประการตามความเป็นจริง” “ภิกษุ เธอเข้าใจความข้อนั้นว่าอย่างไร เธอพิจารณาเห็นจักขุว่า ‘นั่นของเราเราเป็นนั่น นั่นเป็นอัตตาของเราหรือ” “ไม่ใช่อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า” @เชิงอรรถ : @ ผัสสายตนะ หมายถึงที่เกิดแห่งผัสสะ (สํ.สฬา.อ. ๓/๗๑/๑๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๖๑}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๒. ทุติยปัณณาสก์ ๒. มิคชาลวรรค ๑๐. ทุติยฉผัสสายตนสูตร “ดีละ ภิกษุ ในข้อนี้จักขุที่เธอพิจารณาเห็นอย่างนี้ว่า ‘นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา’ จักเป็นอันเธอเห็นดีแล้วด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริง นี้แลคือที่สุดแห่งทุกข์ ฯลฯ เธอพิจารณาเห็นชิวหาว่า ‘นั่นของเราเราเป็นนั่น นั่นเป็นอัตตาของเรา‘หรือ” “ไม่ใช่อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า” “ดีละ ภิกษุ ในข้อนี้ชิวหาที่เธอพิจารณาเห็นอย่างนี้ว่า ‘นั่นไม่ใช่ของเราเราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา’ จักเป็นอันเธอเห็นดีแล้วด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริง นี้แลคือที่สุดแห่งทุกข์ ฯลฯ เธอพิจารณาเห็นมโนว่า ‘นั่นของเราเราเป็นนั่น นั่นเป็นอัตตาของเรา‘หรือ” “ไม่ใช่อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า” “ดีละ ภิกษุ ในข้อนี้มโนที่เธอพิจารณาเห็นอย่างนี้ว่า ‘นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา’ จักเป็นอันเธอเห็นดีแล้วด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริง นี้แลคือที่สุดแห่งทุกข์” ปฐมฉผัสสายตนสูตรที่ ๙ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปฐมผัสสายตนสูตรที่ ๙
ในปฐมผัสสายตนสูตรที่ ๙ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า ผสฺสายตนํ ได้แก่ อาการถูกต้อง.
บทว่า อวุสิตํ แปลว่า ไม่อยู่แล้ว. บทว่า อารกา แปลว่า ในที่ไกล.
ด้วยบทว่า เอตฺถาหํ ภนฺเต อนสฺสาสํ นี้ ภิกษุทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ชื่อว่าเป็นผู้ฉิบหายแล้วในพระศาสนานี้.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระดำริว่า ภิกษุนี้กล่าวว่า เราชื่อว่าฉิบหายแล้วในพระศาสนานี้ เธอยังมีความเพียรยิ่งอยู่ในธาตุกัมมัฏฐานและกสิณเป็นต้นอย่างอื่นหรือหนอ. เมื่อไม่เห็นความเพียรยิ่งนั้น จึงทรงพระดำริว่า กัมมัฏฐานอะไรหนอจักเป็นสัปปายสบายแก่ภิกษุนี้. แต่นั้นทรงเห็นว่า กัมมัฏฐานคืออายตนะนั่นแลจักเป็นสัปปายะ เมื่อจะตรัสบอกกัมมัฏฐานนั้น จึงตรัสว่า ตํ กึ มญฺญสิ ภิกฺขุ ดังนี้เป็นต้น.
บทว่า สาธุ เป็นความร่าเริงในการพยากรณ์ของเธอ.
บทว่า เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺส ความว่า นี้นี่แลเป็นที่สุดคือความขาดไปแห่งวัฏฏทุกข์ คือนิพพาน.
จบอรรถกถาปฐมผัสสายตนสูตรที่ ๙ -----------------------------------------------------