SN 24.37

Rūpīattāsutta

ฉบับหลวงรูปีอัตตาสูตร · ว่าด้วยอัตตาที่มีรูป

ข้อความไทยนี้คือ พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง ซึ่งแปลจากพระไตรปิฎกบาลีคนละฉบับกับบาลีที่แสดงอยู่ด้านล่าง จึงไม่ได้เรียงตรงกันบรรทัดต่อบรรทัด — อ่านเป็นสำนวนแปลอิสระอีกฉบับหนึ่ง

พระนครสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่ออะไรมีอยู่ เพราะถือมั่นอะไร เพราะยึดมั่นอะไร จึงเกิดทิฏฐิขึ้นอย่างนี้ว่า อัตตาที่มีรูป เบื้องหน้าแต่ตาย แล้วย่อมไม่สลายไป? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรมของข้าพระองค์ทั้งหลายมีพระผู้มีพระภาคเป็นรากฐาน ฯลฯ

พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อรูปมีอยู่ เพราะถือมั่นรูป เพราะยึดมั่นรูป จึงเกิดทิฏฐิขึ้นอย่างนี้ว่า อัตตาที่มีรูป เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมไม่สลายไป. เมื่อเวทนามีอยู่ … เมื่อสัญญามีอยู่ … สังขารมีอยู่ … เมื่อวิญญาณมีอยู่ เพราะถือมั่นวิญญาณ เพราะยึดมั่นวิญญาณ จึงเกิดทิฏฐิขึ้นอย่างนี้ว่า อัตตาที่มีรูปเบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมไม่สลายไป.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน รูปเที่ยงหรือไม่เที่ยง?

ภิ. ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า.

พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา เพราะไม่ถือมั่นสิ่งนั้น จะพึงเกิดทิฏฐิขึ้นอย่างนี้ว่า อัตตาที่มีรูปเบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมไม่สลายไป บ้างไหม?

ภิ. ไม่พึงเกิดทิฏฐิขึ้นอย่างนั้นเลย พระเจ้าข้า.

พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้แล เมื่อทุกข์มีอยู่ เพราะถือมั่นทุกข์ เพราะยึดมั่นทุกข์ จึงเกิดทิฏฐิขึ้นอย่างนี้ว่า อัตตาที่มีรูปเบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมไม่สลายไป. เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณเที่ยงหรือไม่เที่ยง?

ภิ. ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า.

พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา เพราะไม่ถือมั่นสิ่งนั้น จะพึงเกิดทิฏฐิขึ้นอย่างนี้ว่า อัตตาที่มีรูปเบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมไม่สลายไป บ้างไหม?

ภิ. ไม่พึงเกิดทิฏฐิขึ้นอย่างนั้นเลย พระเจ้าข้า.

พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้แล เมื่อทุกข์มีอยู่ เพราะถือมั่นทุกข์ เพราะยึดมั่นทุกข์ จึงเกิดทิฏฐิขึ้นอย่างนี้ว่า อัตตาที่มีรูปเบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมไม่สลายไป.

จบ สูตรที่ ๑๙.

ไทย · อ่านฉบับหลวงด้านบน
  1. 0.1

    Saṁyutta Nikāya 24.37

    Linked Discourses 24.37

  2. 0.2

    2. Dutiyagamanavagga

    2. The Second Round

  3. Rūpīattāsutta

    The Self is Formed

  4. 1.1

    Sāvatthinidānaṁ.

    At Sāvatthī.

  5. 1.2

    “Kismiṁ nu kho, bhikkhave, sati, kiṁ upādāya, kiṁ abhinivissa evaṁ diṭṭhi uppajjati:

    “Mendicants, when what exists, because of grasping what and insisting on what, does the view arise:

  6. 1.3

    ‘rūpī attā hoti arogo paraṁ maraṇā’”ti?

    ‘The self is formed and is healthy after death’?” …

  7. 1.4

    “Bhagavaṁmūlakā no, bhante, dhammā …pe…

  8. 2.1

    “Rūpe kho, bhikkhave, sati, rūpaṁ upādāya, rūpaṁ abhinivissa evaṁ diṭṭhi uppajjati:

  9. 2.2

    ‘rūpī attā hoti arogo paraṁ maraṇā’ti.

  10. 2.3

    Vedanāya sati …pe…

  11. 2.4

    saññāya sati …

  12. 2.5

    saṅkhāresu sati …

  13. 2.6

    viññāṇe sati, viññāṇaṁ upādāya, viññāṇaṁ abhinivissa evaṁ diṭṭhi uppajjati:

  14. 2.7

    ‘rūpī attā hoti arogo paraṁ maraṇā’ti.

  15. 3.1

    Taṁ kiṁ maññatha, bhikkhave, rūpaṁ niccaṁ vā aniccaṁ vā”ti?

  16. 3.2

    “Aniccaṁ, bhante” …pe…

  17. 3.3

    vipariṇāmadhammaṁ, api nu taṁ anupādāya evaṁ diṭṭhi uppajjeyya:

  18. 3.4

    ‘rūpī attā hoti arogo paraṁ maraṇā’”ti?

  19. 3.5

    “No hetaṁ, bhante”.

  20. 3.6

    “Iti kho, bhikkhave, dukkhe sati, dukkhaṁ upādāya, dukkhaṁ abhinivissa evaṁ diṭṭhi uppajjati:

  21. 3.7

    ‘rūpī attā hoti arogo paraṁ maraṇā’”ti?

  22. 3.8

    “Vedanā …pe…

  23. 3.9

    “no hetaṁ, bhante”.

  24. 3.10

    “Iti kho, bhikkhave, dukkhe sati, dukkhaṁ upādāya, dukkhaṁ abhinivissa evaṁ diṭṭhi uppajjati:

  25. 3.11

    ‘rūpī attā hoti arogo paraṁ maraṇā’”ti.

  26. 3.12

    Ekūnavīsatimaṁ.

แหล่งที่มา
SuttaCentral · ดึงข้อมูลเมื่อ 2026-08-15 · sn24.37
ฉบับที่ใช้
Mahāsaṅgīti Tipiṭaka Buddhavasse 2500PDM-1.0
English translation — Bhikkhu SujatoCC0-1.0
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวงPublic domain (term expired) — operator determination
การเทียบฉบับ
มุมมองแต่ละฉบับระบบวางตัวบทของแต่ละฉบับไว้ให้เทียบเท่านั้น ไม่สรุปว่าฉบับใดตรงหรือต่างจากฉบับใด และไม่ตัดสินว่าฉบับใดถูกกว่า — การเทียบเชิงความหมายต้องมาจากผู้รู้ที่ระบุตัวตนได้
สิทธิ์การใช้งาน
สาธารณสมบัติ — ตรวจสอบรายฉบับ (ดูบรรทัดบน) · แสดงที่มาแม้สัญญาอนุญาตไม่บังคับ