๘. วิตักกวิปผารสัททกถา ว่าด้วยความแผ่ไปแห่งวิตกเป็นเสียง
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๙. นวมวรรค] ๘. วิตักกวิปผารสัททกถา (๙๑) ๘. วิตักกวิปผารสัททกถา (๙๑) ว่าด้วยความแผ่ไปแห่งวิตกเป็นเสียง
สก. ทุกครั้งเมื่อตรึกอยู่ ตรองอยู่ ความแผ่ไปแห่งวิตกเป็นเสียงใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ทุกครั้งเมื่อถูกต้องอยู่ ความแผ่ไปแห่งผัสสะเป็นเสียง ฯลฯ ทุกครั้ง เมื่อเสวยอารมณ์ ความแผ่ไปแห่งเวทนาเป็นเสียง ฯลฯ ทุกครั้งเมื่อจำได้ ความแผ่ไปแห่งสัญญาเป็นเสียง ฯลฯ ทุกครั้งเมื่อจงใจอยู่ ความแผ่ไปแห่งเจตนาเป็นเสียงฯลฯ ทุกครั้งเมื่อคิดอยู่ ความแผ่ไปแห่งจิตเป็นเสียง ฯลฯ ทุกครั้งเมื่อระลึกอยู่ ความแผ่ไปแห่งสติเป็นเสียง ฯลฯ ทุกครั้งเมื่อรู้อยู่ ความแผ่ไปแห่งปัญญาเป็น เสียงใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ทุกครั้ง เมื่อตรึกอยู่ ตรองอยู่ ความแผ่ไปแห่งวิตกเป็นเสียงใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความแผ่ไปแห่งวิตก เป็นเสียงที่พึงรู้ด้วยโสตวิญญาณ กระทบที่โสตะ มาสู่คลองแห่งโสตะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ความแผ่ไปแห่งวิตกไม่เป็นเสียงที่พึงรู้ด้วยโสตวิญญาณ ไม่กระทบที่โสตะ ไม่มาสู่คลองแห่งโสตะมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากความแผ่ไปแห่งวิตกไม่เป็นเสียงที่พึงรู้ด้วยโสตวิญญาณ ไม่กระทบ ที่โสตะ ไม่มาสู่คลองแห่งโสตะ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ทุกครั้งเมื่อตรึกอยู่ ตรองอยู่ ความแผ่ไปแห่งวิตกเป็นเสียง” วิตักกวิปผารสัททกถา จบ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายปุพพเสลิยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๖๓/๒๔๖) @ เพราะปรวาทียึดเอาพระสูตรที่ว่า ‘วิตกวิจารเป็นวจีสังขาร’ จึงมีความเห็นว่า ขณะที่บุคคลตรึกอยู่@ตรองอยู่ ความแผ่ไปแห่งวิตกวิจารนั้นเป็นเสียงได้ ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า ความแผ่ไปแห่งวิตก@วิจารไม่เป็นเสียง (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๖๓/๒๔๖)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๑๕}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
วิตกฺกวิปฺผารสทฺทกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ วิตักกวิปผารสัททกถา
สพฺพโส วิตกฺกยโต วิจารยโต วิตกฺกวิปฺผาโร สทฺโทติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺพโส ผุสยโต ผสฺสวิปฺผาโร สทฺโท สพฺพโส เวทยโต เวทนาวิปฺผาโร สทฺโท สพฺพโส สญฺชานโต สญฺญาวิปฺผาโร สทฺโท สพฺพโส เจตยโต เจตนาวิปฺผาโร สทฺโท สพฺพโสจินฺตยโต จิตฺตวิปฺผาโร สทฺโท สพฺพโส สรโต สติวิปฺผาโร สทฺโท สพฺพโส ปชานโต ปญฺญาวิปฺผาโร สทฺโทติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที ทุกครั้งที่ตรึกอยู่ ตรองอยู่ ความแผ่ไปแห่งวิตก เกิดเป็นเสียงหรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. ทุกครั้งที่ถูกต้องอยู่ ความแผ่ไปแห่งผัสสะก็เกิดเป็นเสียงทุกครั้งที่เสวยอารมณ์อยู่ ทุกครั้งที่จำอารมณ์อยู่ ทุกครั้งที่จงใจอยู่ ทุกครั้งที่คิดอยู่ ทุกครั้งที่ระลึกอยู่ ทุกครั้งที่รู้ชัดอยู่ ความแผ่ไปแห่งเวทนา สัญญา เจตนาจิต สติ ปัญญา ก็เกิดเป็นเสียง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สพฺพโส วิตกฺกยโต วิจารยโต วิตกฺกวิปฺผาโร สทฺโทติ ฯ อามนฺตา ฯ วิตกฺกวิปฺผาโร สทฺโท โสตวิญฺเญยฺโย โสตสฺมึ ปฏิหญฺญติ โสตสฺส อาปาถํ อาคจฺฉตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ วิตกฺกวิปฺผาโร สทฺโท น โสตวิญฺเญยฺโย น โสตสฺมึ ปฏิหญฺญติ น โสตสฺส อาปาถํ อาคจฺฉตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ วิตกฺกวิปฺผาโร สทฺโท น โสตวิญฺเญยฺโย น โสตสฺมึ ปฏิหญฺญติ น โสตสฺส อาปาถํ อาคจฺฉติ โน วต เร วตฺตพฺเพ สพฺพโส วิตกฺกยโต วิจารยโต วิตกฺกวิปฺผาโร สทฺโทติ ฯ วิตกฺกวิปฺผารสทฺทกถา ฯ ----------
ส. ทุกครั้งที่ตรึก อยู่ตรองอยู่ ความแผ่ไปแห่งวิตกเกิดเป็นเสียง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความแผ่ไปแห่งวิตก เป็นเสียงที่พึงรู้ได้ด้วยโสติวิญญาณ กระทบที่โสตะมาสู่คลองแห่งโสตะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ความแผ่ไปแห่งวิตก ไม่เป็นเสียงที่พึงรู้ได้ด้วยโสตวิญญาณ ไม่กระทบที่โสตะ ไม่มาสู่คลองแห่งโสตะ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ความแผ่ไปแห่งวิตก ไม่เป็นเสียงที่พึงรู้ได้ด้วยโสตวิญญาณ ไม่กระทบที่โสตะ ไม่มาสู่คลองแห่งโสตะ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ทุกครั้งที่ตรึกอยู่ ตรองอยู่ ความแผ่ไปแห่งวิตกเกิดเป็นเสียง วิตักกวิปผารสัททกถา จบ -----------------------------------------------------