๑๐. ปุณณมาสเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๐. ปุณณมาสเถรคาถา สุภาษิตเกี่ยวกับการไม่ติดในสิ่งทั้งปวง
|๑๔๗.๑๐| ๑๐ วิหริ อเปกฺขํ อิธ วา หุรํ วา โย เวทคู สนฺตุสิโต ยตตฺโต สพฺเพสุ ธมฺเมสุ อนูปลิตฺโต โลกสฺส ชญฺญา อุทยพฺพยญฺจาติ ฯ ปุณฺณมาโส เถโร ฯ อุทฺทานํ สุภูติ โกฏฺฐิโต เถโร กงฺขาเรวตปุณฺณโก มนฺตานิปุตฺโต ทพฺโพ จ สีตวนิโย จ ภลฺลิโย วีโร ปิลินฺทวจฺโฉ จ ปุณฺณมาโส ตโมนุโทติ ฯ วคฺโค ปฐโม ฯ -------------
ได้ยินว่า พระปุณณมาสเถระได้ภาษิตคาถานี้อย่างนี้ว่า ผู้ใดไม่ทะเยอ ทะยานในโลกนี้หรือโลกอื่น ผู้นั้นเป็นผู้จบไตรเพท เป็นผู้สันโดษ สำรวมแล้ว ไม่ติดอยู่ในธรรมทั้งปวง เป็นผู้รู้แจ้งซึ่งความเกิดขึ้นและ ความเสื่อมไปของโลก. -----------------------------------------------------ในวรรคนี้รวมพระเถระได้ ๑๐ องค์ คือ ๑. พระสุภูติเถระ ๒. พระมหาโกฏฐิตเถระ ๓. พระกังขาเรวตเถระ ๔. พระปุณณมันตานีปุตตเถระ ๕. พระทัพพเถระ ๖. พระสีตวนิยเถระ ๗. พระภัลลิยเถระ ๘. พระวีรเถระ ๙. พระปิลินทวัจฉเถระ ๑๐. พระปุณณมาสเถระ. จบ วรรคที่ ๑. -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. ปุณณมาสเถรคาถา ภาษิตของพระปุณณมาสเถระ ทราบว่า ท่านพระปุณณมาสเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
ผู้ที่บรรลุความรู้สูงสุด เป็นผู้สงบระงับ สำรวมตนแล้ว ไม่ข้องติดในธรรมทั้งหลายทั้งปวง รู้ความเกิดขึ้นและความเสื่อมไปแห่งโลก นับว่าได้กำจัดความเพ่งเล็งคือตัณหาในโลกนี้และโลกหน้าเสียได้ ปฐมวรรค จบ @เชิงอรรถ : @ บรรลุนิพพานด้วยมรรคญาณ (ขุ.เถร.อ. ๑/๑๐/๘๐) @ อุปาทานขันธ์ ๕ (ขุ.เถร.อ. ๑/๑๐/๘๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๐๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑. เอกกนิบาต] ๒. ทุติยวรรค ๒. มหาวัจฉเถรคาถา รวมเรื่องพระเถระที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. พระสุภูติเถระ ๒. พระมหาโกฏฐิตเถระ ๓. พระกังขาเรวตเถระ ๔. พระปุณณมันตานีบุตรเถระ ๕. พระทัพพบุตรเถระ ๖. พระสีตวนิยเถระ ๗. พระภัลลิยเถระ ๘. พระวีรเถระ ๙. พระปิลินทวัจฉเถระ ๑๐. พระปุณณมาสเถระ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปุณณมาสเถรคาถา
คาถาของท่านพระปุณณมาสเถระ เริ่มต้นว่า วิหริ อเปกฺขํ ดังนี้.
เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร.
ได้ยินว่า ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี พระเถระนั้นบังเกิดในกำเนิดแห่งนกจักรพรากเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จไป มีจิตเลื่อมใสแล้ว จึงเอาจะงอยปากของตนคาบดอกสาหร่ายไป ทำการบูชาแล้ว. ด้วยบุญกรรมนั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ในกัปที่ ๑๗ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิถึง ๘ ครั้ง.
ส่วนในกัปนี้ เมื่อศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่ากัสสปะ เสื่อมลงบังเกิดในตระกูลกุฎุมพี บวชแล้วบำเพ็ญสมณธรรมจุติจากนั้นแล้ว ท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายเกิดเป็นบุตรของพราหมณ์นามว่าสมิทธะ ในพระนครสาวัตถี ในพุทธุปบาทกาลนี้.
ในวันที่เขาเกิด หม้อเปล่าทุกใบในเรือนนั้น ได้เต็มไปด้วยสุพรรณมาศ (ถั่วทอง). ด้วยเหตุนั้น คนทั้งหลายจึงขนานนามเขาว่าปุณณมาส.
เขาเจริญวัยแล้วประสบความสำเร็จในวิชชาของพราหมณ์ทั้งหลาย กระทำการวิวาห์ ได้บุตรคนหนึ่ง เกิดเบื่อหน่ายการอยู่ครองเรือน เพราะเป็นผู้ที่สมบูรณ์ด้วยอุปนิสัย เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ฟังธรรม ได้เฉพาะแล้วซึ่งศรัทธา บรรพชาแล้ว ถึงพร้อมแล้วด้วยกิจทุกอย่าง หมั่นประกอบเนืองๆ ในกัมมัฏฐาน ๔ ขวนขวายวิปัสสนาแล้วบรรลุพระอรหัต.
ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวคาถาประพันธ์นี้ไว้ในอปทานว่า
ในกาลนั้น เราเป็นนกจักรพรากอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำสินธุ เรามีสาหร่ายล้วนๆ เป็นภักษา และสำรวมดีแล้วในสัตว์ทั้งหลายเราได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี เสด็จไปในอากาศ จึงเอาจะงอยปากคาบดอกสาหร่าย บูชาแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสีผู้ใดตั้งศรัทธาอันไม่หวั่นไหวไว้ด้วยดีในพระตถาคตเจ้า ด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น ผู้นั้นจะไม่ไปสู่ทุคติ การที่เราได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ เป็นการมาดีหนอ เราเป็นนกจักรพรากได้ปลูกพืชไว้ดีแล้ว ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา.
ในกัปที่ ๑๗ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ ครั้ง มีพลมาก ทรงพระนามเดียวกันว่าสุจารุทัสสนะ. คุณวิเศษเหล่านี้คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า เราทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
ลำดับนั้น ภรรยาเก่าของท่าน ประสงค์จะเล้าโลมท่าน จึงประดับตกแต่งเข้าไปหาพร้อมด้วยบุตร ปรารภเพื่อจะกระทำการเปลือย โดยการกล่าวเล้าโลมที่ท่าน่ารัก.
พระเถระเห็นเหตุการณ์ของนาง เพื่อจะประกาศความที่ตนไม่เกี่ยวข้อง แม้ในอารมณ์ไหนๆ จึงได้ภาษิตคาถาว่า
ผู้ใดไม่ทะเยอทะยานในโลกนี้ หรือโลกอื่น
ผู้นั้นเป็นผู้จบไตรเพท เป็นผู้สันโดษ สำรวมแล้ว
ไม่ติดอยู่ในธรรมทั้งปวง เป็นผู้รู้แจ้งซึ่งความเกิด
ขึ้นและความเสื่อมไปของโลก ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิหริ ความว่า นำไป คือนำออกไป ได้แก่ขจัดเสีย (ซึ่งทุกข์) โดยพิเศษ.
บทว่า อเปกฺขํ ได้แก่ ตัณหา.
บทว่า อิธ ได้แก่ในโลก หรืออัตภาพนี้.
บทว่า หุรํ ได้แก่ ในอนาคต หรืออัตภาพอื่น.
อีกอย่างหนึ่ง บทว่า อิธ ได้แก่ อายตนะที่เป็นไปในภายใน.
บทว่า หุรํ ได้แก่ อายตนะที่เป็นไปในภายนอก.
วา ศัพท์ เป็นสมุจจยัตถะ มีความหมายรวมกับ ดังในประโยคมีอาทิว่า อปทา วา ทฺวิปทา วา ไม่มีเท้าบ้าง มีสองเท้าบ้าง.
ด้วยบทว่า โย ท่านแสดงถึงตนนั่นแหละ ทำเป็นเหมือนผู้อื่น.
บทว่า เวทคู ความว่า ถึงแล้วโดยเวท คือถึง ได้แก่บรรลุพระนิพพาน ด้วยมรรคญาณ หรือจบสัจจะทั้ง ๔ ด้วยสามารถแห่งปริญญากิจ ปหานกิจ สัจฉิกิริยากิจและภาวนากิจตั้งอยู่แล้ว.
บทว่า ยตฺตโก ความว่า มีการสำรวมด้วยมรรคสังวรเป็นสภาพ หรือมีการสำรวมด้วยสัมมาวายามะเป็นสภาพ.
บทว่า สพฺเพสุ ธมฺเมสุ อนุปลิตฺโต ความว่า ไม่ติดในธรรม คือในอารมณ์ทั้งปวง ด้วยสามารถแห่งการติดด้วยตัณหาและทิฏฐิ. ท่านแสดงถึงการก้าวล่วงโลกธรรมทั้งหลาย มีลาภเป็นต้นได้ด้วยบทนั้น.
บทว่า โลกสฺส ได้แก่ หมวด ๕ แห่งอุปาทานขันธ์.
ก็หมวด ๕ แห่งอุปาทานขันธ์นั้น ชื่อว่าโลก ด้วยอรรถว่าชำรุดแตกหักไป.
บทว่า ชญฺญา แปลว่า รู้แจ้ง.
บทว่า อุทยพฺพยญฺจ ได้แก่ ความเกิดขึ้นและความเสื่อมไป.
ท่านแสดงถึงปฏิปทาอันเป็นส่วนเบื้องต้นแห่งคุณตามที่กล่าวแล้วด้วยบทนี้.
ก็ในคาถานี้มีอธิบายดังนี้
ผู้ใดรู้ความเกิดขึ้นและความสิ้นไปแห่งโลกมีขันธโลกเป็นต้นทั้งสิ้น ด้วยอาการครบทั้ง ๕๐เป็นผู้จบไตรเพท เป็นผู้สำรวมแล้วไม่ติดอยู่ในธรรมไหนๆ ผู้นั้นไม่ทะเยอทะยานในธรรมทั้งปวง คือกำจัดเสียได้ สันโดษ บรรดาอาการที่ไม่เหมาะสมเช่นนั้น จะไม่สำคัญประการที่ไม่เหมาะสมไรๆ เลย.
ดูก่อนมารผู้อันธพาล เพราะฉะนั้น ท่านจงไปตามทางที่ท่านมาแล้วนั้นแหละ ดังนี้.
ครั้งนั้น หญิงนั้นรู้ว่า สมณะรูปนี้หมดความต้องการในเราและบุตร เราไม่อาจจะประเล้าประโลมสมณะรูปนี้ได้ จึงหลีกไป.
จบอรรถกถาปุณณมาสเถรคาถา จบวรรควรรณนาที่ ๑ แห่งอรรถกถาเถรคาถา นามว่า ปรมัตถทีปนี -----------------------------------------------------
ในวรรคนี้รวมพระเถระได้ ๑๐ รูป คือ
๑. พระสุภูติเถระ
๒. พระมหาโกฏฐิตเถระ
๓. พระกังขาเรวตเถระ
๔. พระปุณณมันตานีบุตรเถระ
๕. พระทัพพมัลลบุตรเถระ
๖. พระสัมภูตเถระ
๗. พระภัลลิยเถระ
๘. พระวีรเถระ
๙. พระปิลินทวัจฉเถระ
๑๐. พระปุณณมาสเถระ
จบอรรถกถาปิลินทวัจฉเถรคาถา -----------------------------------------------------