๖. เมตติกาเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๖. เมตติกาเถรีคาถา สุภาษิตแสดงถึงพลังจิต
|๔๒๕.๒๙| ๖ กิญฺจาปิ โขมฺหิ ทุกฺขิตา ทุพฺพลา คตโยพฺพนา ทณฺฑโมลุพฺภ คจฺฉามิ ปพฺพตํ อภิรูหิย ฯ |๔๒๕.๓๐| นิกฺขิปิตฺวาน สงฺฆาฏึ ปตฺตกญฺจ นิกุชฺชิย นิสินฺนา จมฺหิ เสลมฺหิ อถ จิตฺตํ วิมุจฺจิ เม ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ เมตฺติกา ฯ
เราเป็นผู้ถึงแล้วซึ่งทุกข์ มีกำลังน้อย ผ่านพ้นความเป็นสาวไปแล้ว ถือไม้เท้าไปในที่ไหนๆ ก็จริง ถึงอย่างนั้น เรายังขึ้นภูเขาได้ วางผ้า สังฆาฏิและคว่ำบาตร แล้วนั่งบนภูเขา ทีนั้นจิตของเราหลุดพ้นแล้ว วิชชา ๓ เราได้บรรลุแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. เมตติกาเถรีคาถา ภาษิตของพระเมตติกาเถรี พระเมตติกาเถรี(ได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
เราประสบทุกข์ เสื่อมกำลัง ผ่านวัยสาวไปแล้ว ต้องเดินถือไม้เท้าไปไหนๆ ก็จริงนะ ถึงอย่างนั้น ก็ยังขึ้นภูเขาได้
เราเก็บผ้าสังฆาฏิ และคว่ำบาตรแล้ว นั่งบนภูเขา ครั้งนั้น จิตของเราหลุดพ้นแล้ว เราได้บรรลุวิชชา ๓ ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. อรรถกถาเมตติกาเถรีคาถา
คาถาว่า กิญฺจาปิ โขมฺหิ ทุกฺขิตา เป็นต้นเป็นคาถาของพระเถรีชื่อเมตติกา.
แม้พระเถรีชื่อเมตติกาองค์นี้ก็สร้างสมบุญบารมีไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญที่เป็นอุปนิสัยแห่งนิพพานไว้ในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามสิทธัตถะ นางเกิดในตระกูลคฤหบดีรู้ความแล้ว ได้บูชาที่พระเจดีย์ของพระศาสดา ด้วยสายรัดเอวประดับด้วยรัตนะ ด้วยบุญกรรมนั้น นางท่องเที่ยวอยู่ในเทวโลกและมนุษยโลก.
ในพุทธุปปาทกาลนี้เกิดในตระกูลพราหมณ์มหาศาล เรื่องที่เหลือเหมือนเรื่องติดๆ กันที่กล่าวแล้ว แต่พระเถรีนี้ขึ้นยอดภูเขาที่คล้ายกัน ทำสมณธรรมเจริญวิปัสสนา ได้บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลาย
เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ในอปทานว่า
ข้าพเจ้าได้สร้างพระสถูปของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ได้ถวายสายรัดเอวเพื่อนวกรรมของพระศาสดา และเมื่อพระมหาสถูปสำเร็จแล้ว ข้าพเจ้าเลื่อมใสพระมุนีผู้เป็นนาถะของโลก ได้ถวายสายรัดเอวอีกด้วยมือของตน
ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้ ข้าพเจ้าได้ถวายสายรัดเอวในคราวนั้น ข้าพเจ้าไม่รู้จักทุคติ นี้เป็นผลแห่งการสร้างพระสถูป. ข้าพเจ้าเผากิเลสแล้ว ฯลฯ ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว.
____________________________
ขุ. อ. เล่ม ๓๓/ข้อ ๑๔๒ เมขลทายิกาเถรีอปทาน
ครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว พิจารณาการปฏิบัติของตน ได้กล่าวคาถาสองคาถานี้เป็นอุทานว่า
ข้าพเจ้ามีทุกข์ ทุพพลภาพ ผ่านความเป็นสาวไปแล้ว
ต้องถือไม้เท้าไปไหนๆ ก็จริง ถึงอย่างนั้นก็ยัง ขึ้นภูเขาได้
ข้าพเจ้าวางผ้าสังฆาฏิและคว่ำบาตรนั่งบนภูเขา ครั้งนั้นจิต
ของข้าพเจ้าหลุดพ้นแล้ว ข้าพเจ้าบรรลุวิชชาสามตามลำดับ
ได้ปฏิบัติคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทุกฺขิตา ความว่า มีทุกข์ คือถึงความทุกข์ที่เกิด เพราะมีโรคมาก.
บทว่า ทุพฺพลา ความว่า เพราะถึงความทุกข์นั่นแหละด้วย เพราะแก่หง่อมด้วย เพราะหมดกำลังด้วย ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า คตโยพฺพนา ความว่า ถึงวัยกลางคนแล้ว.
บทว่า อถ จิตฺตํ วิมุจฺจิ เม ความว่า ข้าพเจ้าเป็นผู้นั่งอยู่บนศิลา คือบนแผ่นหิน ครั้งนั้นคือในลำดับนั้น จิตของข้าพเจ้าหลุดพ้นแล้วจากอาสวะแม้ทั้งหมดตามลำดับมรรค เพราะประกอบโดยชอบทีเดียวด้วยความเป็นผู้มีความเพียรสม่ำเสมอ.
คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.
จบอรรถกถาเมตติกาเถรีคาถาที่ ๖ -----------------------------------------------------