๕. สกมานสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปญฺจมํ สกมานสุตฺตํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค สกมานสูตรที่ ๕
ฐิเต มชฺฌนฺติเก กาเล สนฺนิสินฺเนสุ ปกฺขิสุ ปลาเตว มหารญฺญํ ตํ ภยํ ปฏิภาติ มนฺติ ฯ
(เทวดากล่าวว่า) เมื่อนกทั้งหลายพักร้อน ในเวลาตะวันเที่ยง ป่าใหญ่ ประหนึ่งว่าครวญคราง ความครวญครางของป่านั้นเป็นภัย ปรากฏแก่ข้าพเจ้า ฯ
ฐิเต มชฺฌนฺติเก กาเล สนฺนิสินฺเนสุ ปกฺขิสุ ปลาเตว มหารญฺญํ สา รตี ปฏิภาติ มนฺติ ฯ
(พระผู้มีพระภาคตรัสว่า) เมื่อนกทั้งหลายพักร้อน ในเวลาตะวันเที่ยง ป่าใหญ่ ประหนึ่งว่าครวญคราง นั้นเป็นความยินดีปรากฏแก่เรา ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. สณมานสูตร ว่าด้วยเสียงป่าครวญ
เทวดากล่าวว่า เมื่อฝูงนกพากันพักร้อนอยู่ในเวลาเที่ยงวัน ป่าใหญ่ส่งเสียงประหนึ่งว่าครวญครางอยู่ เสียงครวญครางแห่งป่าใหญ่นั้น ปรากฏเป็นสิ่งที่น่ากลัวแก่ข้าพเจ้า พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เมื่อฝูงนกพากันพักร้อนอยู่ในเวลาเที่ยงวัน ป่าใหญ่ส่งเสียงประหนึ่งว่าครวญครางอยู่ เสียงครวญครางแห่งป่าใหญ่นั้น ปรากฏเป็นสิ่งที่น่ายินดีแก่เรา สณมานสูตรที่ ๕ จบ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบคาถาข้อ ๒๓๒ หน้า ๓๓๓ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสกมานสูตรที่ ๕
วินิจฉัยในสกมานสูตรที่ ๕ ต่อไป :-
บทว่า ฐิเต มชฺฌนฺติเก แปลว่า ในเวลาเที่ยงวัน.
บทว่า สนฺนิสินฺเนสุ ได้แก่ อาศัยพักอยู่ในที่อันไม่เสมอกันเพราะเข้าไปสู่ที่ตามความสบายอย่างไร. อธิบายว่า ชื่อว่าเวลาเที่ยงวันนี้เป็นเวลาทุรพลแห่งอิริยาบถของสรรพสัตว์ทั้งหลาย. แต่ในที่นี้ ท่านแสดงความทุรพลแห่งอิริยาบถของนกทั้งหลายเท่านั้น.
บทว่า ปลาเตว ได้แก่ ดุจเสียงครวญคราง ดุจการเปล่งเสียงร้องใหญ่.
ก็ในที่นี้ ท่านกล่าวเอาเสียงที่รบกวนเท่านั้น เสียงนี้แหละเปรียบดังเสียงครวญคราง.
จริงอยู่ ในฤดูร้อนเวลาเที่ยงวัน พวกสัตว์ ๔ เท้าและพวกปักษีทั้งหลายมาประชุมกัน (พักเที่ยง) เสียงใหญ่ คือเสียงแห่งโพรงต้นไม้อันลมเป่าแล้วด้วย แห่งปล้องไม้ไผ่ที่เป็นรูอันลมเป่าแล้วด้วย แห่งต้นไม้ซึ่งต้นกับต้นเบียดสีกันและกิ่งกับกิ่งเบียดสีกันด้วย ย่อมเกิดขึ้นในท่ามกลางป่าเสียงครวญครางนั้น ท่านกล่าวหมายเอาเสียงใหญ่นี้.
บทว่า ตํ ภยํ ปฏิภาติ มํ ความว่า ในกาลเห็นปานนั้น เสียงเช่นนั้นย่อมปรากฏเป็นภัยแก่ข้าพเจ้า.
ได้ยินว่า เทวดานั้นมีปัญญาอ่อน เมื่อไม่ได้ความสุข ๒ อย่าง คือความผาสุกในการนั่ง ความผาสุกในการพูดของตนในขณะนั้น จึงกล่าวแล้วอย่างนี้.
ก็เพราะในกาลเช่นนั้นเป็นเวลาสงัดของภิกษุผู้กลับจากบิณฑบาต แล้วนั่งถือเอากรรมฐานในป่าชัฏ แล้วความสุขมีประมาณมิใช่น้อยย่อมเกิดขึ้น.
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสหมายเอาคำอันใดว่า
สุญฺญาคารํ ปวิฏฺฐสฺส สนฺตจิตฺตสฺส ภิกฺขุโน อมานุสี รตี โหติ สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสโตติ จ ปุรโต ปจฺฉโต วาปิ อปโร เว น วิชฺชติ อติว ผาสุ ภวติ เอกสฺส วสโต วเนติ จ. เมื่อภิกษุเข้าไปสู่สูญญาคาร (เรือนว่าง) มีจิตสงบแล้ว
ยินดีอยู่ในสิ่งที่มิใช่ของมนุษย์ จึงเห็นธรรมโดยชอบ ดังนี้
และคาถาว่า
บุคคลอื่นข้างหน้าหรือว่าข้างหลัง ย่อมไม่ปรากฏ เมื่อ
เป็นผู้เดียวอยู่ในป่า ความผาสุกย่อมเกิดได้โดยเร็ว ดังนี้.
____________________________
ขุ. ธมฺม. เล่ม ๒๕/ข้อ ๓๕ สมฺพหุลภิกฺขุวตฺถุ
เชิงอรรถ : ขุ. เถร. ข้อ ๒๖/ข้อ ๓๗๑ เอกวิหาริยตฺเถรวตฺถุ
เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสพระคาถาที่ ๒.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สา รติ ปฏิภาติ มํ อธิบายว่า ในเวลาเห็นปานนี้ ชื่อว่าการนั่งของบุคคลผู้เดียวอันใด นั้นเป็นความยินดีย่อมปรากฏแก่เรา.
คำที่เหลือเช่นกับนัยก่อนนั่นแหละ.
จบอรรถกถาสกมานสูตรที่ ๕ -----------------------------------------------------